⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 213/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การควบคุมบุคคลอันธพาลตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 21 ต้องมีข้อหาว่าได้กระทำการละเมิดกฎหมายและต้องมีการสอบสวน 2. วันที่ถูกควบคุมในฐานะบุคคลอันธพาลอันเนื่องมาจากการถูกกล่าวหาว่ากระทำการละเมิดกฎหมาย ให้หักออกจากกำหนดโทษตามคำพิพากษาได้

ย่อคำพิพากษา

(1) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 21 นั้นมุ่งหมายให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะควบคุมบุคคลอันธพาลผู้กระทำละเมิดกฎหมายได้มากขึ้น โดยให้อำนาจควบคุมครั้งแรกถึง 30 วัน กล่าวคือ เป็นการขยายอำนาจการควบคุมครั้งแรกในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 นั่นเอง แต่หาได้มุ่งหมายให้อำนาจที่จะควบคุมบุคคลอันธพาลไว้เฉย ๆ โดยไม่มีข้อหาว่าละเมิดกฎหมายและโดยไม่มีการสอบสวนไม่ เพราะฉะนั้นเจ้าพนักงานจึงไม่อาจที่จะควบคุมผู้ใดโดยอ้างว่าเป็นบุคคลอันธพาล แต่ปราศจากข้อกล่าวหาว่าผู้นั้นได้กระทำการละเมิดต่อกฎหมาย (2) ด้วยเหตุผลในข้อ 1 ข้างบนนี้ เมื่อได้ความชัดว่าจำเลยถูกควบคุมมา 30 วัน ฐานเป็นบุคคลอันธพาลนั้น ก็เพราะเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่ากระทำการละเมิดกฎหมาย เช่น ลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นต้น ก็ชอบที่จะต้องหักวันที่ถูกควบคุมในฐานเป็นบุคคลอันธพาล 30 วันนั้นออกจากกำหนดโทษตามคำพิพากษาให้จำเลยด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 1/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.87 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องมีใจความว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรรถจี๊ปวิลลี่ของนายสนัด โชคชัย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๕, ๓๕๗ และว่าระหว่างสอบสวนจำเลยมิได้ถูกควบคุมในคดีนี้ แต่ถูกควบคุมฐานเป็นบุคคลอันธพาลตั้งแต่วันถูกจับ (คือ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๖) และถูกควบคุมในคดีนี้ตั้งแต่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๐๖ จำเลยในการรับสารภาพฐานรับของโจร และว่าไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และไม่ได้เป็นบุคคลอันธพาล ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยผิดฐานรับของโจร ลดมาตราส่วนโทษและลดฐานรับสารภาพแล้ว คงจำคุกจำเลยไว้ ๘ เดือน นับโทษตั้งแต่วันจำเลยถูกจับ (๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๖) เพราะไม่ได้ความว่า ก่อนที่จำเลยจะถูกจับในเรื่องนี้ จำเลยต้องหาว่าเป็นบุคคลอันธพาลมาก่อนแล้ว โจทก์อุทธรณ์ขอให้นับโทษจำเลยตั้งแต่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๐๖ โดยอ้างว่าก่อนวันนั้น จำเลยต้องควบคุมในฐานะเป็นบุคคลอันธพาลต่างหาก หาใช่ถูกควบคุมในคดีนี้ไม่ โดยอ้างฎีกาที่ ๙๖๖/๒๕๐๔ สนับสนุน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฎีกาที่ ๙๖๖/๒๕๐๔ นั้น ไม่เป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีนี้ และพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำร้องขอขังของเจ้าพนักงานสอบสวนฉบับแรกกล่าวว่าจำเลยต้องหาว่าลักรถจี๊ปหรือรับของโจรระหว่างคืนวันที่ ๑๙ ติดต่อกับคืนวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ จำเลยถูกจับและถูกควบคุมมา ๓๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ จนถึงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๐๖ ซึ่งเป็นวันที่ยื่นคำร้องขอขังฉบับนี้ และในคำร้องกล่าวมาด้วยว่า ได้ควบคุมจำเลยเป็นบุคคลอันธพาลตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ๓๐ วัน ต่อมาจำเลยถูกฟ้องฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร โดยถูกควบคุมและคุมขังติดต่อกันตลอดมาแล้วศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลย ๘ เดือน ฐานรับของโจร มีข้อที่จะต้องวินิจฉัยว่า การนับโทษให้จำเลยนั้น จะต้องหักวันที่จำเลยถูกคุมขังในฐานเป็นบุคคลอันธพาล ๓๐ วัน ให้จำเลยด้วยหรือไม่ ได้ปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า การที่จะควบคุมบุคคลอันธพาลไว้ทำการสอบสวนไม่เกิน ๓๐ วันได้นั้น ก็โดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑ ข้อ ๑ เมื่อข้อความในประกาศชัดแจ้งอยู่แล้วว่า บุคคลอันธพาลต้องกระทำการละเมิดต่อกฎหมายด้วย และมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมในการสอบสวนด้วย จึงจะจับตัวผู้นั้นมาควบคุมไว้ทำการสอบสวนได้ไม่เกิน ๓๐ วันเช่นนี้ เจ้าพนักงานจึงหาอาจที่จะควบคุมตัวผู้ใดด้วยการอ้างว่าผู้นั้นเป็นบุคคลอันธพาล แต่ปราศจากข้อกล่าวหาว่าได้กระทำการละเมิดต่อกฎหมายนั้นได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑ นี้ มุ่งหมายที่จะให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะควบคุมบุคคลอันธพาลผู้กระทำละเมิดกฎหมายให้มากขึ้น โดยให้อำนาจควบคุมครั้งแรกได้ถึง ๓๐ วัน กล่าวคือ เป็นการขยายอำนาจการควบคุมในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๗ นั่นเอง แต่คำสั่งฉบับนี้มิได้มุ่งหมายให้อำนาจควบคุมบุคคลอันธพาลไว้เฉย ๆ โดยไม่มีข้อหาว่าละเมิดกฎหมายและโดยไม่มีการสอบสวน การควบคุมตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑ นี้ มีลักษณะแตกต่างกับการควบคุมตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๔๓ ที่ว่า เมื่อทำการสอบสวนแล้วไม่ได้หลักฐานที่จะฟ้องร้องแล้วให้อำนาจสั่งให้ส่งตัวไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพแล้ว คณะกรรมการก็จะพิจารณาและมีคำสั่งทุก ๆ ๓ เดือน ว่าควรจะควบคุมตัวไว้หรือปล่อยตัวไป กล่าวโดยสรุป ตามคำร้องขอขังดังกล่าวข้างต้น เห็นได้ชัดว่า การที่จำเลยถูกควบคุมมา ๓๐ วัน ในฐานะเป็นบุคคลอันธพาลนั้น ก็เนื่องจากมีข้อหาว่ากระทำการละเมิดต่อกฎหมายหรือทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรนั่นเอง พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจควบคุมเพื่อทำการสอบสวนเป็นครั้งแรกได้ ๓๐ วัน ตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ถูกควบคุมและถูกจำขังตลอดมาให้ด้วย โดยหักวันที่ต้องถูกควบคุมในฐานะเป็นบุคคลอันธพาล ๓๐ วันนั้นออกจากกำหนดโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำเลยด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒ นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2508 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมชาติหรือนิพนธ์ แก้วสว่างหรือบุญเมธา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมชาติหรือนิพนธ์ แก้วสว่างหรือบุญเมธา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายโกศล รัตติธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 660/2491ฎีกา 3790/2527ฎีกา 3423/2548ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 326-327/2505ฎีกา 539/2536ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 5749/2544ฎีกา 4294/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา