⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 237/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้มาซึ่งภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ไม่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 1299 และอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1374 ใช้บังคับแก่การรบกวนการครอบครองทรัพย์สิน ไม่ใช่ภารจำยอมซึ่งต้องบังคับตามมาตรา 1399

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ใช้ตรอกพิพาทเป็นทางเดินเข้าออกจากที่ดินโจทก์สู่ทางสาธารณะมากกว่าสิบปีแล้วตรอกพิพาทจึงตกอยู่ในภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 และมิใช่เป็นการได้มาโดยนิติกรรมอันจะต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 อายุความ 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 เป็นเรื่องผู้ครอบครองถูกรบกวนในการครอบครองทรัพย์สินเพราะมีผู้สอดเข้าเกี่ยวข้อง มิใช่อายุความบังคับแก่เรื่องภารจำยอมซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1399 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1350 เป็นเรื่องให้เจ้าของที่ดินที่แบ่งแยกซึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินจากเจ้าของที่ดินที่แบ่งแยกไปได้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์มีตรอกพิพาทเป็นทางภารจำยอมออกสู่ทางสาธารณะได้อยู่ก่อนแล้ว จึงนำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 มาปรับไม่ได้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันล้อมรั้วปิดตรอกพิพาท แม้จำเลยที่ 1 จะได้แบ่งขายที่ดินรวมทั้งตรอกพิพาทให้จำเลยร่วมอีกคนหนึ่งไปแล้ว และจำเลยที่ 2 มิได้มีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมาก่อน โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1399 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้ร่วมกันทำประตูปิดกั้นตรอกทางเดินซึ่งโจทก์กับจำเลยได้ใช้ร่วมกันมาหลายสิบปีขอให้ศาลบังคับให้จำเลยเปิดทาง จำเลยที่ ๑ สู้ว่า โจทก์มีทางเดินทางอื่น โจทก์เพิ่งจะมาใช้ทางเดินในที่ดินจำเลยเป็นครั้งคราวเมื่อ ๕ - ๖ ปีมานี้ทำให้จำเลยเดือดร้อน จำเลยทำประตูปิดกั้นตรอกทางเดินในที่ดินของจำเลยและจำเลยได้แบ่งแยกโฉนดโอนขายที่ดินให้ผู้อื่นไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย จำเลยที่ ๒ ให้การว่าเป็นบุตรของจำเลยที่ ๑ ได้ช่วยจำเลยที่ ๑ ล้อมรั้วทำประตูก็เพื่อความปลอดภัยของบ้านและทรัพย์สินไม่ต้องรับผิดชอบ เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดี ศาลอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า โจทก์เพิ่งเดินผ่านที่ดิน จำเลยที่ ๑ ก่อนเกิดคดีทำลายรั้ว ๔ - ๕ ปี โจทก์กับจำเลยที่ ๑ เคยว่ากล่าวกันที่อำเภอไม่ตกลงกัน อำเภอสั่งให้ฟ้องก็ไม่ฟ้องเกิน ๑ ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าตรอกพิพาทตกอยู่ในภารจำยอมโดยทางอายุความ ให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดประตูรั้วและเปิดตรอกทางเดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ใช้ตรอกพิพาทเป็นทางเดินเข้าออกจากที่ดินโจทก์สู่ทางสาธารณะมากกว่าสิบปีแล้ว ตรอกพิพาทจึงตกอยู่ในภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๑ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ให้จดทะเบียนภารจำยอมไว้ในโฉนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง เห็นว่าการได้ภายจำยอมเป็นการได้มาโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๑ มิใช่เป็นการได้มาโดยนิติกรรมอันจะต้องจดทะเบียนการได้มาตามมาตรา ๑๒๙๙ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้ฟ้องคดีภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ถูกรบกวนสิทธิ คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔ เห็นว่าอายุความ ๑ ปี ตามมาตรา ๑๓๗๔ เป็นเรื่องผู้ครอบครองถูกรบกวนในการครอบครองทรัพย์สินเพราะมีผู้สอดเข้าเกี่ยวข้อง แต่คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภารจำยอม ซึ่งยังมิได้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๙ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มีทางออกสู่ทางสาธารณะอีกทางหนึ่ง โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องเอาทางเดินจากเจ้าของที่ดินนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๐ เห็นว่า มาตรา ๑๓๕๐ เป็นเรื่องให้เจ้าของที่ดินที่แบ่งแยกซึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินจากเจ้าของที่ดินที่แบ่งแยกไปได้ แต่ปรากฏว่าโจทก์มีตรอกพิพาทเป็นทางภารจำยอมออกสู่สาธารณะได้อยู่ก่อนแล้ว จึงนำเอามาตรา ๑๓๕๐ มาปรับกับคดีนี้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยที่ ๑ ได้แบ่งขายที่ดินรวมทั้งตรอกพิพาทให้จำเลยร่วมไปแล้ว และจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมาแต่ต้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่าจำเลยทั้งสองฟ้องได้ร่วมกันล้อมรั้วปิดตรอกพิพาท โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองได้ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2508 นายทา ไฉนงุ้น โจทก์ นางทุมมา ผงทอง ที่ ๑ นายจรูญ ผงทอง ที่ ๒ จำเลย นายอำนวย จันทรพิลา จ.ล.ร.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทา ไฉนงุ้น · จำเลย - นางทุมมา ผงทอง ที่ ๑ นายจรูญ ผงทอง ที่ ๒ · จ.ล.ร. - นายอำนวย จันทรพิลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายวินิจ เนตวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา