⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 40/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 40/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ไป ผู้เสียหายเสียทรัพย์สินคือหนังสือสัญญาเท่านั้น จะเรียกให้จำเลยใช้เงินตามสัญญาแทนไม่ได้ เพราะหนี้ตามสัญญายังคงมีอยู่และผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีแพ่งเรียกหนี้ได้ต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 43 นั้น เมื่อกรณีเป็นการฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ไปทรัพย์สินที่ผู้เสียหารศูนย์เสียไปก็คือหนังสือกู้ พนักงานอัยการคงเรียกคืนได้แต่ตัวหนังสือสัญญาเท่านั้น จะขอมาด้วยว่า ถ้าหากจำเลยส่งสัญญาไม่ได้ ให้ใช้เงินอันเป็นหนี้ตามสัญญาแทนนั้น หาได้ไม่ เพราะไม่อาจกล่าวได้ว่าผู้เสียหายได้ศูนย์เสียทรัพย์สินที่มีราคาตามหนี้ในสัญญากู้ แม้หนังสือสัญญากู้ศูนย์หายไปก็ยังฟ้องร้องเรียกหนี้กันได้ มิใช่ว่าหนี้นั้นจะพลอยศูนย์ไปด้วย หนี้ตามสัญญากู้มีอย่างไร ผู้เสียหายชอบที่จะฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งอีกต่างหาก เมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผลเป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนอาญาที่ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ คงพิพากษาแก้แต่เพียงว่า โจทก์จะขอเข้ามาในคดีนี้ว่า ถ้าจำเลยคืนสัญญากู้ไม่ได้ ใช้จำเลยใช้เงินแทนไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะต้องดำเนินเป็นคดีแพ่งขึ้นใหม่อีกสำนวนหนึ่ง เช่นนี้ จำเลยจะฎีกาข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้เงินหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินผู้เสียหาย ฯลฯ เอาโฉนดที่ดิน 5 โฉนด มอบให้ผู้เสียหายยึดถือไว้เป็นประกัน ฯลฯ ต่อมาวันที่ 30 กันยายน 2489 จำเลยหลอกลวงผู้เสียว่าจะโอนโฉนดให้ผู้เสียหาย ฯลฯ แล้วเพทุบายขอรับโฉนดไปจากผู้เสียหายว่าจะเอาไปทำการโอนให้ตามข้อตกลง แต่จำเลยโอนให้เพียง 2 โฉนด ฯลฯ กับต่อมาวันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2498 จำเลยหลอกลวงผู้เสียว่า จำเลยได้โอนโฉนดให้เรียบร้อยแล้ว รอแต่วันรับโฉนดเท่านั้น ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องยึดหนังสือสัญญากู้ไว้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้มอบหนังสือสัญญากู้ให้จำเลยไป ทั้งนี้ ตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้ส่งโฉนดและรับไปแล้วได้ฉ้อโกงเอาไว้ และมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งหนังสือสัญญากู้ ฯลฯ ดังนี้ แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่า โฉนดที่โจทก์หาว่าจำเลยฉ้อโกงนั้นไม่ได้อยู่กับผู้เสียหาย ก็ยังอาจฟังว่าจำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยได้ขอให้จำเลยไป เพราะเป็นคนละเหตุ ทั้งข้อหาว่าจำเลยฉ้อโกงโฉนดและข้อหาฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ ต่างกรรมต่างวาระกัน แยกกันได้เป็น 2 กระทง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 27/2507) (หมายเหตุ :- (1) จำเลยขอให้รับรองฎีกาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามจึงไม่รับรองให้ และสั่งรับฎีกาจำเลย แต่ศาลฎีกาเห็นว่า เฉพาะฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้าม จึงไม่วินิจฉัยให้ (2) ที่ประชุมใหญ่ได้วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานปลอมหนังสือไว้ด้วย แต่ปรากฏว่าฎีกาจำเลยข้อนี้เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้าม จึงไม่ปรากฏข้อวินิจฉัย ตามมติดังกล่าวในคำพิพากษา)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.71 กฎหมายลักษณะอาญา ม.222 กฎหมายลักษณะอาญา ม.223 กฎหมายลักษณะอาญา ม.304 กฎหมายลักษณะอาญา ม.315 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินนางเพ็ญผู้เสียหายหลายคราวมอบโฉนดที่ดินให้ยึดถือไว้เป็นประกัน จนครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๔๙๘ คิดเป็นเงิน ๑๖๔,๐๐๐ บาท จำเลยมอบโฉนดที่ ๕๖๙๖, ๕๖๔๔, ๕๖๔๙, ๖๙๒๓ และ ๙๗๘๐ ให้นางเพ็ญไว้ ต่อมาจำเลยได้หลอกลวงนางเพ็ญว่าจะโอนโฉนดทั้ง ๕ ดังกล่าวให้ แล้วเพทุบายขอรับโฉนดทั้ง ๕ ไป แต่จำเลยได้โอนให้เพียง ๒ โฉนด คือ โฉนดที่ ๕๖๙๖ และ ๙๘๗๐ ส่วนอีก ๓ โฉนดนัดไปวันหลัง และจำเลยได้หลอกลวงนางเพ็ญว่า จำเลยได้โอนโฉนดให้เรียบร้อยแล้ว รอแต่วันรับโฉนดเท่านั้น นางเพ็ญไม่จำเป็นต้องยึดหนังสือสัญญากู้จำนวน ๑๖๔,๐๐๐ บาทไว้ นางเพ็ญหลงเชื่อ ได้มอบหนังสือสัญญากู้ให้จำเลยไป ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้นางเพ็ญส่งโฉนด ๓ ฉบับนั้นให้จำเลยไปรับแล้วจำเลยฉ้อโกงเอาไว้ และมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้นางเพ็ญส่งหนังสือสัญญากู้ดังกล่าว ซึ่งเมื่อคิดหักราคาที่ดิน ๒ โฉนดที่ได้รับโอนแล้ว คงเหลือเงินตามสัญญากู้ ๑๑๐,๘๙๙ บาท นอกจากนี้ เมื่อจำเลยด้มาขอรับโฉนดเลขที่ ๕๖๙๖ และหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งให้จำเลยไปทำการแบ่งแยกเป็นคลองไปแล้ว จำเลยบังอาจปลอมหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวทั้ง ๒ ฉบับ โดยเติมข้อความว่า "และโอนขาย" ลงไป แล้วใช้ให้นายแอ๊ดนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๒๒, ๒๒๓, ๓๐๔ ให้จำเลยคืนโฉนด ๓ โฉนด และสัญญากู้เงิน ถ้าส่งสัญญากู้ไม่ได้ให้ใช้เงิน ๑๑๐,๘๙๙ บาทแก่นางเพ็ญ จำเลยให้การปฏิเสธและว่าฟ้องเคลือบคลุม ศาลอาญา (โดยศาลแขวงพระนครเหนือส่งสำนวนให้พิพากษา) ฟังว่า จำเลยเป็นลูกหนี้นางเพ็ญตามสัญญา ได้หลอกลวงเอาโฉนด ๓ โฉนดไป และหลอกลวงให้นางเพ็ญคืนสัญญากู้จริง และยังได้ปลอมใบมอบฉันทะ ๒ ฉบับ โดยตกเดิมข้อความดังโจทก์หา พิพากษาว่าจำเลยผิดฐานปลอมหนังสือและฉ้อโกงตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๒๒, ๒๒๓ และ ๓๐๔ รวม ๒ กระทง ลงโทษกระทงหนักฐานปลอมหนังสือ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ให้จำเลยคืนโฉนด ๕๖๔๔, ๕๖๔๙ และ ๖๙๒๓ และสัญญากู้เงิน ๑ ฉบับ ราคา ๑๖๔,๑๐๐ บาท ถ้าส่งไม่ได้ให้ใช้เงิน ๑๑๐,๘๙๙ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นหนี้นางเพ็ญ ๑๖๔,๑๐๐ บาท และจำเลยได้ฉ้อโกงเอาสัญญากู้ไป ส่วนโฉนดปรากฎว่าอยู่ที่หอทะเบียน จะฟังว่างนางเพ็ญได้มอบให้จำเลยไปหรือจำเลยฉ้อโกงโฉนดไม่ได้ พิพากษาแก้ว่า ให้จำเลยคืนสัญญากู้เงินฉบับต้นเงิน ๑๖๔,๑๐๐ บาท ส่วนนางเพ็ญจะมีสิทธิเรียกหนี้สินได้เท่าใด ให้นางเพ็ญฟ้องเป็นคดีแพ่งขึ้นมาใหม่ จำเลยไม่ต้องคืนโฉนดทั้ง ๓ นอกนั้นยืน อัยการโจทก์กับนางเพ็ญโจทก์ร่วมและจำเลย ฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๓ นั้น ได้วินิจฉัยโโยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า เมื่อกรณีเป็นการฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ไป ทรัพย์สินที่ผู้เสียหายศูนย์เสียไปก็คือ หนังสือสัญญากู้ พนักงานอัยการคงเรียกคืนได้แต่ตัวหนังสือสัญญานั้นเท่านั้น จะขอมาด้วยว่า ถ้าหากจำเลยส่งสัญญาไม่ได้ ให้ใช้เงินอันเป็นหนี้ตาม สัญญาแทนนั้นหาได้ไม่ แม้หนังสือสัญญากู้ศูนย์หายไป ก็ยังฟ้องร้องเรียกหนี้กันได้ มิใช่ว่าหนี้นั้นจะพลอยศูนย์ไปด้วย หนี้ตามสัญญากู้มีอย่างไร ผู้เสียหายชอบที่จะฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งอีกต่างหาย จึงไม่มีทางบังคับให้ตามที่โจทก์ขอ ในประเด็นเรื่องฉ้อโกงโฉนดตามฎีกาโจทก์นั้น คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้หลอกลองฉ้อโกงโฉนดเลขที่ ๕๖๔๔, ๕๖๔๙ และ ๖๙๒๓ ตามฎีกาจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นเรื่องฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้โดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผลเป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษฐานฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ เพราะศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขเกี่ยวกับโทษหรือความผิดของจำเลยในเรื่องนี้ประการใด คงพิพากษาแก้แต่เพียงว่า โจทก์จะขอเข้ามาในคดีนี้ว่า ถ้าจำเลยคืนสัญญากู้ไม่ได้ ในจำเลยใช้เงินแทนนั้นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่นางเพ็ญจะต้องดำเนินเป็นคดีแพ่งขึ้นใหม่อีกสำนวนหนึ่ง ฉะนั้นจำเลยจะฎีกาข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้เงินหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๕ ปี สำหรับปัญหาที่จำเลยอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกสำนวนนั้น ศาลฎีกาเห็นฟ้องโจทก์มีประเด็นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว นอกจากนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโฉนดที่โจทก์หาว่าจำเลยฉ้อโกงไม่ได้อยู่ที่นางเพ็ญ ก็ยังอาจฟังได้ว่า จำเลยหลอกลวงให้นางเพ็ญหลงเชื่อว่าจำเลยได้ขอให้จดทะเบียน ฯ ทำการโอนโฉนดเหล่านั้นให้นางเพ็ญแล้ว นางเพ็ญจึงคืนสัญญากู้ให้จำเลยไป เพราะเป็นคนละเหตุ ทั้งข้อหาว่าจำเลยฉ้อโกงโฉนดและข้อหาฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ ก็เป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระกัน แยกได้ ๒ กระทง ไม่มีเหตุจะอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวน เหตุอื่นที่จำเลยยกขึ้นฎีกาในประเด็นฉ้อโกงสัญญากู้ ก็เป็นการคัดค้านคำพิพากกษาศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จำเลยฎีกามิได้ ในความผิดฐานปลอมหนังสือมอบฉันทะ จำเลยฎีกาว่าพยานโจทก์แตกต่างกัน ควรฟังตามที่จำเลยนำสืบ มิฉะนั้น ก็ควรฟังตามคำพยานโจทก์ซึ่งจะเห็นได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องยักยอกลายมือ จะลงโทษฐานปลอมหนังสือไม่ได้ ดังนี้ เป็นการเถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาเช่นเดียวกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 40/2508 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางเพ็ญ ราชเวชชพิศาล ที่ ๑ นายพิศาล ราชเทชชพิศาลที่ ๒ ร้อยตรีวัจน์กร ราชเวชชพิศาล ที่ ๓ จ.ร่วม นานยถวิล ชาญเลขา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ร้อยตรีวัจน์กร - นางเพ็ญ ราชเวชชพิศาล ที่ ๑ นายพิศาล ราชเทชชพิศาลที่ ๒ · จ.ร่วม - ราชเวชชพิศาล ที่ ๓ · จำเลย - นานยถวิล ชาญเลขา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายมานิต จั่นสัญชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา