⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 465/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือเป็นโมฆะ และหากมีเจตนาทำแทนสัญญากู้ ผู้รับซื้อฝากเพียงแต่เป็นผู้ยึดถือแทนผู้ขายฝากเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

สัญญาขายฝากที่ดินมือเปล่าที่โจทก์นำมาฟ้องมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงเป็นโมฆะและถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยทำขึ้นโดยมีเจตนาทำแทนสัญญากู้ จำเลยมิได้มีเจตนาสละสิทธิการครอบครองแล้ว ถึงหากโจทก์จะได้ยึดถือที่พิพาทมาบ้าง เสียภาษีบำรุงท้องที่นา โจทก์ก็คงมีฐานะเพียงเป็นผู้ยึดถือที่พิพาทในฐานะเป็นผู้แทนจำเลยเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากที่ดินมือเปล่าไว้กับโจทก์ ในวันทำสัญญาจำเลยได้มอบที่ดินให้โจทก์ครอบครองยึดถือ ครบกำหนดจำเลยไม่ไถ่คืน โจทก์ได้แจ้งอำเภอเสียภาษีบำรุงท้องที่ ต่อมาจำเลยขออาศัยอยู่ แล้วแสดงจะเอาที่ดินขอให้ศาลขับไล่ จำเลยให้การว่า สัญญาขายฝากทำกันเองเป็นโมฆะ จำเลยไม่ได้มอบที่ให้โจทก์ครอบครอง จำเลยทำสัญญาขายฝากแทนสัญญากู้เงิน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีฟังได้ว่าสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทเป็นสัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันเอง มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๕๖ สัญญาขายฝากจึงเป็นโมฆะ แต่ก็ไม่ใช่จะไร้ผลเสียทีเดียว ยังคงมีผลเป็นการแสดงเจตนาได้อยู่ว่า คู่สัญญามีเจตนาต่อกันอย่างไร เพราะที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ การแสดงเจตนาย่อมมีความสำคัญแก่การที่จะวินิจฉัยว่าฝ่ายใดได้สิทธิครอบครอง ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยจึงมีว่า สัญญาที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์จำเลยมีเจตนาจะให้มีผลว่า ถ้าจำเลยไม่ไถ่ภายในกำหนดกู้ ในประเด็นดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาขายฝากที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์จำเลยตกลงทำขึ้นโดยมีเจตนาทำแทนสัญญากู้ มิได้มีเจตนาสละสิทธิการครอบครองโดยให้หลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ เมื่อพ้นกำหนดไถ่คืน หากจะมีข้อเท็จจริงฟังได้ต่อไปว่า โจทก์ได้ยึดถือที่ดินพิพาทบ้าง และเคยเสียภาษีบำรุงท้องที่บ้าง โจทก์ โจทก์ก็มีฐานะเพียงเป็นผู้ยึดถือที่พิพาทในฐานะเป็นผู้แทนจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ เท่านั้น จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ที่ศาลล่างพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2508 นายเซ้ง เฮ้าสกุล โจทก์ นายเจือ ธูปทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเซ้ง เฮ้าสกุล · จำเลย - นายเจือ ธูปทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสนิท อังศุสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1369/2479ฎีกา 2074/2529ฎีกา 1216/2538ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา