⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 516/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ชายหญิงอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส และร่วมกันซื้อทรัพย์สินเพื่อทำมาหากิน ถือว่าทรัพย์สินนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง เจ้าหนี้ของสามีจะบังคับเอาทรัพย์สินส่วนของภริยาที่มิได้จดทะเบียนสมรสมาชำระหนี้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์ เพราะหญิงชายนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน ต้องถือว่าต่างสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง เจ้าหนี้ของสามีจะเอาทรัพย์ส่วนของภริยาที่มิได้จดทะเบียนและมิได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษามาชำระหนี้ไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 303/2488)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลแบ่งส่วนนาแปลงที่โจทก์ยึดให้แก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง โจทก์ให้การว่า ผู้ร้องต้องร่วมรับผิด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดนาแปลงนี้ เหลือเงินสุทธิเท่าใด แบ่งให้ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยกับผู้ร้องได้ร่วมกันซื้อนาพิพาทจากนางแต่ง ได้วางเงินมัดจำไว้ก่อน ๓๐๐ บาท ต่อมาจำเลยผู้เดียวได้กู้เงินโจทก์ แล้วใช้เงินที่กู้นี้ชำระค่านาไป จำเลยกับผู้ร้องได้ร่วมกันทำมาหากินจากนาแปลงนี้ตลอดมา โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ศาษลพิพากษาให้จำเลยใช้ จำเลยไม่มีเงินใช้ โจทก์จึงยึดนาพิพาท ปัญหามีว่า ผู้ร้องจะมีสิทธิขอแบ่งได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกับผู้ร้องได้ร่วมกันซื้อและทำมาหากินในนาพิพาทตลอดมา เป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าจำเลยผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมกัน ส่วนเงินที่จำเลยซื้อจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์ที่พิพาท เพราะจำเลยกับผู้ร้องระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่งตามนัยฎีกาที่ ๓๐๓/๒๔๘๘ ผู้ร้องมีสิทธิขอแบ่งส่วนได้ โจทก์จะบังคับคดีโดยเอาส่วนของผู้ร้องมาให้ร่วมรับผิดด้วยไม่ได้ เพราะผู้ร้องมิได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดีชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2508 นายอุทัย ธนอำพันธ์ โจทก์ นายทองแดง ชมโท จำเลย นางกองสี แพนลา ผ.ร.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุทัย ธนอำพันธ์ · จำเลย - นายทองแดง ชมโท · ผ.ร. - นางกองสี แพนลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายสมบูรณ์ บุญภินนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายภาวร หุตะโกวิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2617/2524ฎีกา 2883/2528ฎีกา 8870/2550ฎีกา 632/2491ฎีกา 6306/2551ฎีกา 1171-1172/2547ฎีกา 770/2535ฎีกา 1864/2518ฎีกา 4677/2549ฎีกา 2836/2566ฎีกา 3766/2545ฎีกา 1767/2527ฎีกา 716/2539ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 8091/2544ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 1427/2493ฎีกา 245/2531ฎีกา 6741/2550ฎีกา 7092/2538ฎีกา 2955/2548ฎีกา 5283/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา