⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 593/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแปลงหนี้อย่างหนึ่งเป็นหนี้อีกอย่างหนึ่งย่อมมีผลผูกพันคู่กรณี และการกู้ยืมเงินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะนำสืบการใช้เงินได้ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด หรือเอกสารได้เวนคืนหรือแทงเพิกถอนแล้วเท่านั้น จะนำพยานบุคคลมาสืบไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีหนี้ต่อกันแล้ว คู่กรณีก็อาจแปลงหนี้อย่างหนึ่งเป็นหนี้อีกอย่างหนึ่งได้ในภายหลังโจทก์จำเลยตกลงกันว่าให้หนี้เงินค่าจ้างระหว่างโจทก์จำเลยผูกพันกันในรูปเป็นหนี้เงินกู้ โจทก์จำเลยจึงมีความผูกพันต่อกันในหนี้เงินกู้ ในการกู้ยืมที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อจะนำสืบการใช้เงินต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว จะนำพยานบุคคลมาสืบถึงการใช้เงินนั้นไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรค 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้และรับเงินของโจทก์ไปโดยสัญญาจะใช้คืนภายในเวลาที่กำหนด แต่จำเลยก็ไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยสู้ว่า จำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้จริง แต่เป็นการกู้ไม่มีตัวเงินจำเลยไม่เคยรับเงินตามสัญญากู้จากโจทก์สัญญากู้นี้ทำขึ้นเพื่อให้โจทก์ไปรับเงินค่าลากไม้ และโจทก์ได้รับเงินไปแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ตามคำให้การของจำเลยเป็นเรื่องโจทก์จำเลยตกลงกันว่าให้หนี้เงินค่าจ้างระหว่างโจทก์จำเลยผูกพันกันในรูปเป็นหนี้เงินกู้ หนี้เงินค่าจ้างก็มีต่อกันจริง เพราะโจทก์ได้ทำงานที่จ้างเสร็จตามสัญญาแล้ว กรณีที่เป็นหนี้ต่อกันแล้ว คู่กรณีก็อาจแปลงหนี้อย่างหนี้เป็นหนี้อีกอย่างหนึ่งได้ในภายหลัง โจทก์จำเลยจึงมีความผูกพันต่อกันในหนี้เงินกู้ เมื่อเป็นหนี้เงินกู้ ก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติเรื่องกู้ยืม ในการกู้ยืมเงินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว จำเลยจะขอนำพยานบุคคลมาสืบถึงการใช้เงินจึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2508 นายผิว แสงนาค โจทก์ นายสมัคร เหลี่มเคลือบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผิว แสงนาค · จำเลย - นายสมัคร เหลี่มเคลือบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายกุศล บุญยืน · ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรณัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 6631/2568ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 1490/2538ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536ฎีกา 8089/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา