⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 656/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของบุคคลหลายคน เมื่อถูกขายทอดตลาดตามคำพิพากษา เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมจะต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลกันส่วนของตนภายในกำหนดห้าปี

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายและจำเลยมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทร่วมกัน เมื่อผู้ตาย ที่ดินส่วนของผู้ตายย่อมเป็นมรดกตกได้แก่ทายาท โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิจะยึดทรัพย์ส่วนของจำเลยมาชำระหนี้ตนได้ แต่ต้องไม่ทำให้กระทบกระเทือนถึงส่วนได้ของผู้อื่นผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลย เมื่อทรัพย์ซึ่งเป็นของบุคคลหลายคนรวมกันถูกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ร่วมกับจำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลกันส่วนได้ของตนเสียภายในห้าปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.323 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดที่ดินซึ่งมีชื่อนายกาบและจำเลยสามีภริยาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เอามาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรนายกาบซึ่งตายไปแล้วและจำเลย ที่ดินรายนี้ครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นของนายกาบจึงเป็นมรดกตกทอดมายังผู้ร้อง เมื่อศาลขายทอดตลาดก็ขอให้กันเงินสุทธิ ๑ ใน ๔ ให้แก่ผู้ร้อง จำเลยแถลงรับว่าเป็นความจริงดังคำร้อง โจทก์คัดค้านว่า แม้ที่พิพาทจะมีชื่อนายกาบถือกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย นายกาบก็ตายมา ๒๐ ปีเศษแล้ว จำเลยครอบครองที่ดินมาผู้เดียวโดยสงบและเปิดเผย ถือฐานะเป็นเจ้าของมาเกินกว่า ๑ ปีและ ๑๐ ปี ขาดอายุความแล้ว และศาลก็ขายทอดตลาดที่ดินนี้ไปแล้ว ที่นี่จึงเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยยกคำร้องของผู้ร้อง โดยเหตุว่าผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องขำกันส่วนในเวลาอันควร ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่น ๆ ของบุคคลภายนอกผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอกันเงินที่ขายทอดตลาดนั้นได้ ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ในประเด็นข้ออื่นตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อนายกาบตาย ที่ดินส่วนของนายกาบย่อมเป็นมรดกตกได้แก่ทายาท ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่รายพิพาทร่วมกับจำเลยและทายาทอื่นโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิจะยึดทรัพย์ส่วนของจำเลยมาชำระหนี้ตนได้ แต่ก็ไม่อาจกระทบกระทั่งถึงส่วนได้ของผู้อื่นซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๓๒๓ บัญญัติให้ผู้มีสิทธิเรียกเอาเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเสียภายในห้าปี แต่คดีนี้เงินจ่ายมาตกอยู่ที่ศาลยังไม่ถึงห้าปี ผู้ร้องที่มีส่วนได้ย่อมมีสิทธิที่จะขอรับส่วนของตนได้ แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ร้องมีส่วนได้อยู่ในเงินค้างจ่ายเท่าใด พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยส่วนได้ของผู้ร้องแล้วส่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2508 นายเชย ขันธบัณฑิตย์ นางไสว ขันธบัณฑิตย์ โจทก์ นางกลีบ พวงชะบาหรือสุกราสัย จำเลย นางละเมียด จานโอ ผ.ร.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชย ขันธบัณฑิตย์ นางไสว ขันธบัณฑิตย์ · จำเลย - นางกลีบ พวงชะบาหรือสุกราสัย · ผ.ร. - นางละเมียด จานโอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · โพยม เลขยานนท์ · อินท์ อุดล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายอาจ ปัญญาดิลก · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3832/2530ฎีกา 3409/2525ฎีกา 17/2491ฎีกา 5478/2543ฎีกา 2599/2533ฎีกา 3604/2540ฎีกา 4914/2536ฎีกา 573/2515ฎีกา 2049/2517ฎีกา 780/2538ฎีกา 786/2533ฎีกา 1498/2522ฎีกา 4936/2536ฎีกา 330/2545ฎีกา 318-329/2525ฎีกา 2761/2530ฎีกา 6190/2540ฎีกา 944/2513ฎีกา 6100/2541ฎีกา 492/2499ฎีกา 3323/2528ฎีกา 718/2491ฎีกา 1473-1474/2506ฎีกา 1609/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา