⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 667/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2508

ป.วิ.อาญา ม.163

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้โจทก์หรือจำเลยแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องหรือคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 นั้น อยู่ในดุลพินิจของศาล แม้จะมีเหตุอันสมควรแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 ให้โอกาสแก่โจทก์จำเลยที่จะขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้อง หรือคำให้การได้ก่อนศาลพิพากษา ในเมื่อมีเหตุอันสมควร แต่ถึงแม้จะมีเหตุอันสมควรดังที่โจทก์หรือจำเลยอ้างแล้วกฎหมายยังให้อยู่ในดุลพินิจของศาลอีกชั้นหนึ่งว่าสมควรจะอนุญาตหรือไม่ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อให้คดีเสร็จโดยรวดเร็ว จึงจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ที่ปฏิเสธ และนัดตัดสินเนิ่นนานไปถึง 7 วัน เพื่อประสานกับคดีที่ให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ใหม่ ซึ่งถ้าศาลไม่สั่งเช่นนั้น จำเลยที่ 1 ก็จะถูกศาลพิพากษาลงโทษโดยไม่อาจยื่นคำให้การใหม่ ดังนี้ เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การ (อ้างนัยฎีกาที่ 555/2501)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๒ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ฯลฯ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๐๗ วันพิจารณาจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เพื่อให้คดีเสร็จโดยรวดเร็ว ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ โดยให้โจทก์ยื่นฟ้องเข้ามาใหม่ภายใน ๗ วัน ฟังคำพิพากษาวันที่ ๑๒ เดือนนี้ ต่อมาวันที่ ๗ เดือนเดียวกันจำเลยขอถอนคำให้การเดิมเพราะจำเลยให้การดังกล่าวมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดเป็นข้อสารสำคัญของคดี ขอให้การใหม่ ปฏิเสธฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๙ เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น รับคำให้การจำเลยและให้พิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๓ นั้น ให้โอกาสแก่โจทก์จำเลยที่จะขอแก้หรือเพิ่มเติมหรือคำให้การได้ก่อนศาลพิพากษาในเมื่อมีเหตุอันสมวต แต่ถึงแม้จะมีเหตุอันสมควรดังที่โจทก์หรือจำเลยอ้างแล้ว กฎหมายยังให้อยู่ในดุลพินิจของศาลอีกชั้นหนึ่งว่าสมควรจะอนุญาตดังที่โจทก์หรือจำเลยขอหรือไม่ ดังนี้ ปรากฏตามฟ้องว่า จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน โจทก์ฟ้องจำเลย ๒ คน จำเลยที่ ๑ รับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เพื่อให้คดีเสร็จรวดเร็ว จึงสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ให้โจทก์ฟ้องใหม่ภายใน ๗ วัน แล้วนัดตัดสินสำหรับจำเลยที่ ๑ ในวันที่ ๑๒ เดือนเดียวกัน เหตุที่ศาลนัดตัดสินคดีนี้เนิ่นนานไปถึง ๗ วันนั้นก็เพื่อประสานกับคดีที่ศาลสั่งให้โจทก์ไปยื่นฟ้องจำเลยที่ ๒ ใหม่ ซึ่งถ้าศาลไม่สั่งเพื่อประโยชน์แก่คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ แล้ว จำเลยที่ ๑ ก็จะถูกศาลพิพากษาลงโทษโดยไม่อาจยื่นคำให้การใหม่ได้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาจนถึงขั้นเสร็จการพิจารณาแล้ว เมื่อพิเคราะห์ประกอบความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การ อ้างนัยฎีกาที่ ๕๕๕/๒๕๐๑ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2508 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายปัน เอนกตากองแก้ว ที่ ๒ นายบุญมี ปัญญารัตน์ ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายปัน เอนกตากองแก้ว ที่ ๒ นายบุญมี ปัญญารัตน์ ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2665/2515ฎีกา 2389/2525ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 1298/2501ฎีกา 893/2563ฎีกา 364/2494ฎีกา 1027/2485ฎีกา 1821/2493ฎีกา 355/2515ฎีกา 3608/2535ฎีกา 30/2484ฎีกา 774/2481ฎีกา 234/2481ฎีกา 1333-1334/2494ฎีกา 1831-1833/2499ฎีกา 537/2479ฎีกา 757-758/2562ฎีกา 1543/2568ฎีกา 6210/2541ฎีกา 1930/2560ฎีกา 2650/2541ฎีกา 575/2494ฎีกา 533/2496
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา