คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิกถอนพินัยกรรมต้องทำโดยการทำลายหรือขีดฆ่าพินัยกรรมนั้นด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพียงการแสดงเจตนาด้วยถ้อยคำ.
ย่อคำพิพากษา
ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1693 บัญญัติว่า ผู้ทำพินัยกรรมจะเพิกถอนพินัยกรรมของตนในเวลาใดก็ได้นั้น หมายถึงว่าจะเพิกถอนเวลาใดก็ได้ตามใจชอบ การเพิกถอนทำอย่างไรนั้น มาตรา 1695 บัญญัติว่า อาจทำโดยทำลายหรือขีดฆ่าเสียด้วยความตั้งใจ "ทำลาย" หมายความว่า รื้อ ทำให้ทลาย ทำให้พัง ทำให้ฉิบหาย ทำให้หมดสิ้นไป การทำลายจึงเป็นการที่ต้องทำให้เกิดผลเช่นนั้น และการเพิกถอนมิใช่ให้ทำโดยเพียงแต่แสดงเจตนาด้วยถ้อยคำ หากจะต้องมีการกระทำ คือ "ทำลาย" หรือ "ขีดฆ่า" เป็นสำคัญ
พินัยกรรมีข้อกำหนดตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อไม่ปรากฏว่าข้อกำหนดนั้นไม่มีผลบังคับด้วยประการใด ๆ ถึงแม้โจทก์จะเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่เป็นกรณีมีเหตุสมควรที่โจทก์จะขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายซึ่งเป็นสามี
จำเลยกับพวกยื่นคำร้องคัดค้านว่า โจทก์กับเจ้ามรดกเลิกเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๗ และเจ้ามรดกได้แต่งงานกับจำเลยและมีบุตรด้วยกัน คือ จำเลยอีก ๕ คนนี้เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้จำเลยและตั้งให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดก คดีขาดอายุความ ผู้ร้องไม่มีสิทธิรับมรดก
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์กับเจ้ามรดกมิได้ขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน พินัยกรรมของเจ้ามรดกสมบูรณ์และตั้งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกไว้แล้ว ไม่มีเหตุผลจะตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกอีก
โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๙๓ บัญญัติว่า ผู้ทำพินัยกรรมจะเพิกถอนพินัยกรรมของตนในเวลาใดก็ได้นั้น หมายถึงว่าจะเพิกถอนในเวลาใดก็ได้ตามใจชอบ การเพิกถอนจะทำอย่างไรนั้น มาตรา ๑๖๙๕ บัญญัติว่า อาจทำโดยการทำลายหรือขีดฆ่าเสียด้วยความตั้งใจ "ทำลาย" หมายความว่า รื้อ ทำให้ทลาย ทำให้พัง ทำให้ฉิบหาย ทำให้หมดสิ้นไป การทำลายจึงเป็นการที่ต้องทำให้เกิดผลเช่นนั้น และการเพิกถอนมิใช่ให้ทำโดยเพียงแต่แสดงเจตนาด้วยถ้อยคำ หากจะต้องมีการกระทำ คือ "ทำลาย" หรือ "ขีดฆ่า" เป็นสำคัญ การที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาเพิกถอนพินัยกรรมเท่านั้น ถือว่ายังมิได้มีการกระทำคือ ทำลายหรือขีดฆ่า พินัยกรรมจึงยังคงมีอยู่มิได้ถูกเพิกถอน เมื่อปรากฏว่าพินัยกรรมข้อกำหนดให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดก และไม่ปรากฏว่าข้อกำหนดนี้ไม่มีผลบังคับด้วยประการใด ๆ ถึงแม้โจทก์จะเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่เป็นกรณีมีเหตุสมควรที่โจทก์จะขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์จำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2508
นางกี บูรณวิทย์ โจทก์
นางลิ้นจี่ บูรณวิทย์ ในฐานะมารดาผู้
ปกครองนายสมภพ บูรณวิทย์ ที่ ๒ นางลิ้นจี่ บูรณ์วิทย์ ในฐานะมารดาผู้
ปกครองนายก่อเกียรติ บูรณวิทย์ ที่ ๓ นางอัมพร ประเทืองบูลย์ ที่ ๔ นางสาว
สมบูรณ์ บูรณวิทย์ ที่ ๕ นางสาววัฒนา บูรณวิทย์ ที่ ๖ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกี บูรณวิทย์ · ในฐานะมารดาผู้ - นางลิ้นจี่ บูรณวิทย์ · ในฐานะมารดาผู้ - ปกครองนายสมภพ บูรณวิทย์ ที่ ๒ นางลิ้นจี่ บูรณ์วิทย์ · นางสาว - ปกครองนายก่อเกียรติ บูรณวิทย์ ที่ ๓ นางอัมพร ประเทืองบูลย์ ที่ ๔ · จำเลย - สมบูรณ์ บูรณวิทย์ ที่ ๕ นางสาววัฒนา บูรณวิทย์ ที่ ๖ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พร สุขารมณ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสอน ทองเหลือง · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม ทัตภิรมย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา