⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 919/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่ลูกหนี้ได้กระทำไปเพื่อจะให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เป็นคดีที่ไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งจำเลยที่ 1 ลูกหนี้โจทก์ได้โอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ฟ้องเช่นนี้เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกอันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เพราะคำขอของโจทก์ไม่ได้เรียกร้องเอกที่พิพาทมาเป็นของโจทก์ หรือขอให้โจทก์ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เพราะผลของการที่โจทกืขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลมีแต่เพียงให้ทรัพย์สินกลับคืนมาเป็นของลูกหนี้ตามเดิมเท่านั้น. (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.189 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๓๐,๐๐๐ บาท และได้นำหนังสือสำคัญที่ดิน(ใบแทนแบบหมายเลข ๓) ให้โจทก์ยึดถือเป็นประกัน หนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ชำระ และได้โอนขายที่ดินซึ่งเป็นหลักประกันหนี้แก่จำเลยที่ ๒ ไปราคา ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ก็รู้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้เอาที่ดินแปลงนี้ประกันหนี้แก่โจทก์ และยังมิได้ชำระหนี้ ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสองเสีย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า ฟ้องโจทกืเคลือบคลุมและขาดอายุความ การซื้อขายที่ดินรายนี้กระทำกันโดยสุจริตและเปิดเผยในราคาพอสมควร จำเลยที่ ๑ ยังมีทรัพย์สินพอแก่การชำระหนี้โจทก์ โจทก์ไม่ได้เสียเปรียบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ควรเป็นฝ่ายชนะคดี คดีของโจทก์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ศาลชั้นต้นไม่ชอบที่จะเรียกค่าธรรมเนียมอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และเห็นว่าศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าธรรมเนียมถูกต้องแล้ว เพราะฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่คำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าขณะทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาท จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ได้ลาภงอก ได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์จึงไม่อาจขอให้เพิกถอนนิติกรรมรายนี้ได้ ส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ชอบที่จะให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเป็นคดีมีทุนทรัพย์นั้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า คดีนี้ คำขอของโจทก์ไม่ได้เรียกร้องเอกที่พิพาทมาเป็นของโจทกื หรือขอให้โจทก์ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างไร เพราะผลของการที่โจทก์ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลมีแต่เพียงให้ทรัพย์สินกลับคืนมาเป็นของลูกหนี้ตามเดิมเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำรวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ จึงพิพากษายืน แต่สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมให้คืนค่าขึ้นศาลที่โจทก์เสียมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ คงเรียกไว้แต่อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ทั้งสามศาล และให้โจทก์เสียค่าทนายความสามศาลสี่ร้อยบาทแทนจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2508 นางสมจิตต์ วุฒิเสถียร โจทก์ นางกิมฮัวหรือแดงฮัว ณรงค์พันธ์ หรือ ดุลยจินดา ที่ 1 นายกระจ่าง นิ่มมงคล ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมจิตต์ วุฒิเสถียร · ที่ - นางกิมฮัวหรือแดงฮัว ณรงค์พันธ์ หรือ ดุลยจินดา ที่ 1 นายกระจ่าง นิ่มมงคล · จำเลย - 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายสวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ขลายน.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 506/2507ฎีกา 1067/2527ฎีกา 1757/2492ฎีกา 364/2544ฎีกา 10633/2551ฎีกา 840/2537ฎีกา 15018/2551ฎีกา 6627/2560ฎีกา 2902/2538ฎีกา 912/2538ฎีกา 1445/2540ฎีกา 3926/2539ฎีกา 4300/2567ฎีกา 3749/2540ฎีกา 950/2517ฎีกา 7410/2540ฎีกา 626/2498ฎีกา 1176/2505ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 3133/2538ฎีกา 1065/2533ฎีกา 789/2521ฎีกา 1047/2546ฎีกา 176/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา