⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 953/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่วัดเป็นทรัพย์สินของวัด จะโอนแก่กันได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เท่านั้น และเจ้าอาวาสมีอำนาจห้ามหรือขับไล่ผู้ที่เข้าไปอยู่ในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตได้เสมอ แม้จะเข้าไปอาศัยอยู่เป็นเวลานานเพียงใดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ที่วัดจะโอนกันได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 เท่านั้น ใครจะเอาที่วัดไปเป็นของตนไม่ได้ ไม่ว่าจะโอนไปโดยนิติกรรมหรือโดยการแย่งการครอบครอง อำนาจที่ให้เจ้าอาวาสห้ามบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสเข้าไปอยู่ในวัด หรือขับไล่ให้ออกจากวัดนั้นมีอยู่ถาวร ไม่จำกัดเวลา การที่จำเลยเข้าไปพำนักอาศัยอยู่ในที่พิพาทซึ่งเป็นของวัดแม้จะช้านานเท่าใด เจ้าอาวาสก็มีอำนาจห้ามและขับไล่จำเลยได้ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์เป็นกฎหมายพิเศษซึ่งเป็นข้อยกเว้นกฎหมายทั่วไป จำเลยจึงอ้างสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปเพื่อแย่งครอบครองที่วัดหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.106 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.41 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.42 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.43 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยผู้อาศัยออกจากที่วัดพิพาท จำเลยสู้ว่าวัดโจทก์เป็นวัดร้างไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ไม่เป็นวัด และนิติบุคคลตามกฎหมายใบมอบอำนาจใช้ไม่ได้ตามกฎหมายและที่พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่ที่วัด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าโจทก์เป็นวัดชอบด้วยกฎหมาย เป็นนิติบุคคล ใบมอบอำนาจใช้ได้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง ที่พิพาทเป็นของวัดโจทก์จำเลยไม่มีทางได้สิทธิในที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๖ ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าที่พิพาทเป็นที่วัดโจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้สิทธิในที่พิพาทโดยการครอบครองนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาหลายปี จำเลยก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง เพราะที่วัดจะโอนกันได้ก็แต่โดยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๔๘๔ เท่านั้น ใครจะเอาที่วัดไปเป็นของตนไม่ได้ ไม่ว่าจะโอนไปโดยนิติกรรมหรือโดยการแบ่งการครอบครอง เจ้าอาวาสมีอำนาจถาวรไม่จำกัดเวลาที่จะห้ามบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสเข้าไปอยู่ในวัดหรือขับไล่บรรพชิตหรือคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทให้ออกไปจากวัดนั้นได้ จำเลยจะอ้างสิทธิแย่งครอบครองที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เป็นกฎหมายพิเศษเป็นข้อยกเว้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไป พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2508 วัดทุ่งควาย โดยนายรุ่ง เพียรดี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายฝาก สุทธิพูน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดทุ่งควาย โดยนายรุ่ง เพียรดี ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายฝาก สุทธิพูน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายชอบ จิราพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3485/2538ฎีกา 55/2494ฎีกา 938/2503ฎีกา 16/2496ฎีกา 1609/2513ฎีกา 3760/2545ฎีกา 9131/2551ฎีกา 1101/2519ฎีกา 958/2493ฎีกา 6592/2537ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 2974/2545ฎีกา 7725/2540ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 1284/2497ฎีกา 6667/2542ฎีกา 485/2486ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 527/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา