คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* อายุความเรียกร้องค่าโดยสารเครื่องบินมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164.
* เมื่อมีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้และระบุไว้ชัดเจนแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยตามคลองจารีตประเพณีหรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัติ.
* ฎีกาที่ไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งจะยกขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้ง ศาลจะไม่รับวินิจฉัยให้.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกค่าโดยสารเครื่องบินอายุความเรียกร้องมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มิใช่ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(3)
เมื่อมีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้และระบุไว้ชัดเจนแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยตามคลองจารีตประเพณีหรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัติ
เมื่อฎีกาจำเลยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งจำเลยจะยกขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้ง ศาลก็ไม่รับวินิจฉัยให้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อเชื่อตั๋วเครื่องบินเพื่อให้จำเลยที่ ๒ ใช้เดินทางจากลอนดอนมาประเทศไทย แล้วก็ไม่ชำระเงินโจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสองก็ไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ต่อสู้ว่าซื้อตั๋วจากจำเลยด้วยเงินสด โจทก์ไม่เคยทวงถามหนี้รายนี้ คดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยได้ซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินจากบริษัทโจทก์ด้วยเงินเชื่อจริง ปัญหาที่จำเลยฎีกาคัดค้านว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕(๓) เห็นว่า เป็นสิทธิเรียกร้องของบุคคลผู้ขนส่งทางรถไฟ ผู้รับบรรทุกของ คนเรือ คนขับรถรับจ้าง และคนเดินหนังสือเท่านั้นที่มีกำหนดอายุความ ๒ ปี คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับการซื้อตั๋วโดยสารทางเครื่องบิน ต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ที่จำเลยอ้างว่าคดีนี้ต้องยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔ มาปรับนั้น เห็นว่า คดีนี้มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ และระบุไว้ชัดเจนแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยตามคลองจารีตประเพณีหรือตามความมุ่งหมายดังฎีกาจำเลย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าควรเทียบได้กับการซื้อของเชื่อตามมาตรา ๔๕๖ จำเลยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งจำเลยจะยกขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ จึงไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2508
บริษัทแพนอเมริกันเวอร์ลด์แอร์เวย์สอิงค โดยนายมาร์ติน โทมัสเทย์เลอร์
ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
หลวงสุจิตภารพิทยา ที่ 1 ร้อยตำรวจตรีสุธน สุจิตภารพิทยา ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โทมัสเทย์เลอร์ - บริษัทแพนอเมริกันเวอร์ลด์แอร์เวย์สอิงค โดยนายมาร์ติน · โจทก์ - ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - หลวงสุจิตภารพิทยา ที่ 1 ร้อยตำรวจตรีสุธน สุจิตภารพิทยา ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา