⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1113/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิการใช้ทางเดินอันตกเป็นภารจำยอมนั้นกฎหมายบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์ หากมีการใช้ทางนั้นเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์มาเกิน 10 ปีแล้ว ย่อมใช้ได้.

ย่อคำพิพากษา

สิทธิการใช้ทางเดินอันตกเป็นภารจำยอมนั้นกฎหมายบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มุ่งเพื่อประโยชน์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะความสำคัญอยู่ที่ว่า ทางนั้นถูกใช้เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์มาเกิน 10 ปีแล้ว ก็ย่อมใช้ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1393 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินจำเลยหมายสีแดง เขียว ตกเป็นภารจำยอม ให้จำเลยรื้อรั้วสังกะสีที่ปิดล้อมทางเดินออก จำเลยให้การว่าโจทก์เพิ่งจะเข้ามาอยู่เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ แต่ก็ไม่ได้ใช้ทางเดินผ่านที่ดินของจำเลย ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๓ โจทก์มาขอร้องเพื่อความสะดวกในการเข้าออกระหว่างงานศพมารดาโจทก์ จำเลยอนุญาตให้เดินผ่านเข้าออกชั่วคราว เมื่องานศพเสร็จแล้วโจทก์ถือโอกาสเดินผ่านเข้าออกตลอดมาจำเลยจึงขอให้ตำรวจมาระงับเหตุโดยกั้นรั้วเสียบางส่วน คงเปิดให้โจทก์ใช้เดินผ่านได้บางส่วน เป็นการชั่วคราวเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยรื้อรั้วสังกะสีที่ปิดล้อมทางพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา จำเลยอ้างว่าโจทก์เพิ่งเข้ามาอยู่เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ ใช้ทางพิพาทยังไม่เกิน ๑๐ ปี จะวินิจฉัยเอาไปรวมกับคนอื่นที่เคยใช้ที่พิพาทเป็นทางเดินมาย่อมไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะจำเลยเบิกความรับอยู่ว่าหลังจากโจทก์ปลูกบ้านเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๐ แล้ว โจทก์ก็ไป ๆ มา ๆ แสดงว่าโจทก์ก็ได้ใช้ที่พิพาทเดินผ่านเข้าออกในระหว่างที่ไป ๆ มา ๆ นั้นตลอดมาแม้จะไม่ต้องเอาไปวินิจฉัยรวมกับคนอื่นที่เดินทางพิพาทมาก่อน ก็เป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๗ บัญญัติว่า "อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภารจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้นเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น" และในมาตรา ๑๓๙๓ บัญญัติเป็นข้อความว่า ภารจำยอมย่อมติดไปกับสามยทรัพย์ แสดงให้เห็นว่าสิทธิการใช้ทางเดินอันตกเป็นภารจำยอมนี้ กฎหมายบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มุ่งเพื่อประโยชน์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ ความสำคัญอยู่ที่ว่าทางนั้นถูกใช้เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์มาเกิน ๑๐ ปีแล้วก็ย่อมใช้ได้ ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2509 นางสังวาลย์ เจตนานนท์ โจทก์ นางสาวกิมเฮี๊ยะ จึงรักษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสังวาลย์ เจตนานนท์ · จำเลย - นางสาวกิมเฮี๊ยะ จึงรักษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายบัณฑิต พรหมบุญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 28/2531ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4300/2543ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 4415/2528ฎีกา 789/2544ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 6039/2537ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 5553/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา