⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 136/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติการตามสัญญาภายในกำหนดเวลา และปล่อยเวลาให้ล่วงพ้นไปนานโดยไม่มีการเรียกร้องใดๆ ถือได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกสัญญาโดยปริยาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้บิดาโจทก์และได้รับเงินมัดจำไปแล้ว โดยตกลงกันว่าจะไปทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอภายใน 120 วัน ถ้าจำเลยผิดสัญญา จำเลยยอมคืนเงินมัดจำและยอมให้ปรับด้วยนั้น การที่มิได้ปฏิบัติการซื้อขายภายในกำหนดเวลาดังกล่าว เพราะบิดาโจทก์อพยพย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งไม่ได้มาขอปฏิบัติการชำระหนี้ภายในกำหนด ซ้ำยังปล่อยเวลาให้ล่วงพ้นไปเป็นเวลาถึง 6 ปีเศษนั้น ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายโดยไม่ติดใจเรียกร้องอะไรแก่กันแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิที่จะริบเงินมัดจำและไม่ต้องเสียเบี้ยปรับให้โจทก์ด้วย. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 22/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดิน ๑ แปลงให้แก่นายทองหล่อบิดาโจทก์เป็นเงิน ๗,๓๐๐ บาท จำเลยรับเงินมัดจำไปแล้ว ๗,๐๐๐ บาท จำเลยขอผัดผ่อนให้เจ้าพนักงานได้รับรองการทำประโยชน์เสียก่อน ต่อมานายทองหล่อตาย โจทก์ในฐานะผู้รับมรดกได้เตือนให้จำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์ จำเลยก็ขอผัดผ่อนต่อไปอีก จนกระทั่งจำเลยได้ร้องขอขายที่ดินพิพาทนี้ให้แก่บุคคลอื่น โจทก์จึงร้องคัดค้านไว้ ขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินแปลงนี้ให้โจทก์ มิฉะนั้นก็ให้คืนมัดจำและเสียเบี้ยปรับให้โจทก์อีก ๗,๓๐๐ บาทด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่สามารถจะทำสัญญาซื้อขายให้โจทก์ได้ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๗,๐๐๐ บาทแก่โจทก์และให้เบี้ยปรับ ๗,๓๐๐ บาทแก่โจทก์ด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยทำการโอนที่ดินรายนี้แก่โจทก์ในเมื่อโจทก์ได้ชำระราคาที่ดินที่ยังชำระไม่ครบให้แก่จำเลยอีก ๔,๓๐๐ บาท หากจำเลยไม่สามารถจะขายให้โจทก์ได้ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๓,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งชำระเบี้ยปรับให้โจทก์ ๒,๓๐๐ บาทด้วย โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกับนายทองหล่อทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกันเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๙๕ นายทองหล่อชำระเงินมัดจำให้จำเลยไว้ ๓,๐๐๐ บาท นายทองหล่อเข้าอยู่ในที่พิพาทได้เดือนเศษก็อพยพย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่น โดยจำเลยไม่สามารถจะทราบได้ว่าไปอยู่ ณ ที่ใด นายทองหล่อหรือทายาทก็มิได้ติดต่อกับจำเลย จนนายทองหล่อถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ต่อมาวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ จำเลยจึงได้ร้องขอขายที่ดินรายนี้ให้นายพุก โจทก์ผู้เป็นบุตรชายนายทองหล่อจึงคัดค้านและมาฟ้องเป็นคดีนี้ การที่มิได้ปฏิบัติการซื้อขายกันภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันทำสัญญานี้ เป็นเพราะนายทองหล่ออพยพย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่น โดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งไม่ได้มาขอปฏิบัติการชำระหนี้ภายในกำหนด ซ้ำยังปล่อยเวลาให้ล่วงพ้นไปเป็นแรมปีถึง ๖ ปีเศษ เช่นนี้ มติที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายโดยไม่ติดใจเรียกร้องอะไรแก่กันแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิที่จะริบเงินมัดจำได้และไม่ต้องเสียเบี้ยปรับให้โจทก์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2509 นายวันชัย ขาวผ่อง โจทก์ นายคำภา สมอาษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวันชัย ขาวผ่อง · จำเลย - นายคำภา สมอาษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุนทร วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3796/2540ฎีกา 2694/2535ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2494/2553ฎีกา 824/2545ฎีกา 2821/2522ฎีกา 770/2486ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2409/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2763/2536ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 912/2490ฎีกา 5434/2536ฎีกา 131/2489ฎีกา 1453/2542ฎีกา 246/2522ฎีกา 4176/2530ฎีกา 2610/2538ฎีกา 601/2537ฎีกา 6103/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา