⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1364/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกเงินราคาค่าสินค้าที่ได้รับล่วงหน้าไปคืน เป็นการฟ้องเรียกเงินตามมูลหนี้ที่เกิดขึ้นจากการซื้อขาย จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินราคาค่าไม้สักที่จำเลยได้รับล่วงหน้าไปคืน ไม่ใช่ฟ้องเรียกเอาค่าที่โจทก์ส่งมอบของ ทำของและค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป จึงนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) มาบังคับไม่ได้ ต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาขายไม้สัก ๒,๐๐๐ ท่อน ให้แก่โจทก์ จำเลยผิดสัญญาส่งไม้ไม่ครบ ได้คิดบัญชีกันปรากฏว่าจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์ ๒๖๔,๐๐๐ บาท จำเลยส่งไม้ให้แก่โจทก์คิดเป็นเงิน ๑๖๕,๔๔๐ บาท จำเลยจึงได้รับเงินเกินไป ๙๘,๕๖๐ บาท จำเลยรับว่า เมื่อคิดบัญชีกันจำเลยได้รับเงินเกินมา ๙๘,๕๖๐ บาทจริง ต่อมาจำเลยได้ชำระครบถ้วนแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายได้รับเงินล่วงหน้าไปจากโจทก์ผู้ซื้อ ซึ่งมีความหมายตรงกับเงินทดรองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เงินที่จำเลยรับเกินไปนี้ คือ เงินล่วงหน้าค่าไม้ซึ่งโจทก์จ่ายให้จำเลยนั่นเอง ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินทดรองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) จะใช้อายุความ ๒ ปี มาปรับแก่คดีไม่ได้ ต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกเงินราคาค่าไม้สักที่จำเลยได้รับล่วงหน้าเกินไป ไม่ใช่ฟ้องเรียกเอาค่าที่โจทก์ได้ส่งมอบของทำของและค่าดูแลกิจการของผู้อื่นรวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) แต่อย่างใด จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) มาใช้บังคับแก่คดีนี้หาได้ไม่ ต้องใช้อายุความ ๑๐ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ บังคับ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2509 บริษัทมิตรมุขตารี จำกัด โดยนายฟา มุขตารี กรรมการ โจทก์ นายผจญ ผาทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทมิตรมุขตารี จำกัด โดยนายฟา มุขตารี กรรมการ · จำเลย - นายผจญ ผาทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายอัมพร ศศะภูริ · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 4082/2530ฎีกา 6320/2541ฎีกา 1457/2526ฎีกา 2384/2536ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 3662/2525ฎีกา 6468/2537ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 602/2490ฎีกา 1645/2538ฎีกา 746/2533ฎีกา 142/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา