คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ทรงเช็คจะฟ้องกล่าวหาผู้สั่งจ่ายเช็คว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ นั้น ข้อกล่าวหาต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสั่งจ่ายเช็คให้แก่บุคคลใด หรือเป็นการชำระหนี้แก่บุคคลอื่น.
ย่อคำพิพากษา
เช็คที่ฟ้องร้องกันเป็นเช็คออกให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ จำเลยเป็นผู้ถือย่อมเป็นผู้ทรงเช็คเมื่อเช็คถึงกำหนด จำเลยจึงนำเช็คไปขอรับเงินจากธนาคาร แต่ถูกธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน จำเลยจึงฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าโจทก์กระทำผิดอาญาโดยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ข้อความที่จำเลยกล่าวหาโจทก์ว่ากระทำผิดทางอาญาจึงอยู่ที่ข้อความตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติไว้นั้น หาใช่อยู่ที่ข้อความว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คนั้นให้แก่ผู้ใด และจ่ายเช็คนั้นเป็นการชำระหนี้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งมิใช่จำเลยหรือไม่(อ้างฎีกาที่ 288/2507) ดังนั้น ฟ้องของจำเลยจึงไม่เป็นฟ้องเท็จ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเอาความที่รู้ว่าเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญากล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด ๓๐,๐๐๐ บาทให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดจำเลยรับเงินไม่ได้โดยธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะผู้สั่งจ่ายระงับการจ่ายไว้จำเลยจึงกล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ซึ่งความจริงโจทก์ไม่มีหนี้สินผูกพันกับจำเลย และเช็คฉบับนั้นโจทก์ก็ออกให้แก่นายศาสตราเพื่อให้นายศาสตราซื้อน้ำมันหยอดเครื่องจากบริษัทชาลี โดยนายศาสตราจะนำเอกสารเพื่อรับน้ำมันมาให้แก่โจทก์ แต่นายศาสตรามิได้นำมามอบ โจทก์จึงสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงิน เช็คตกไปอยู่ในความครอบครองของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๕
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การที่จำเลยฟ้องโจทก์ เป็นการใช้สิทธิป้องกันผลประโยชน์ของจำเลยโดยชอบ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เช็คที่ฟ้องร้องกันนี้เป็นเช็คออกให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ จำเลยเป็นผู้ถือ ย่อมเป็นผู้ทรงเช็ค เมื่อเช็คถึงกำหนดจำเลยจึงนำเช็คนั้นไปรับเงินจากธนาคารแต่ถูกธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน จำเลยจึงฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าโจทก์กระทำความผิดอาญา โดยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ซึ่งมีความว่า "ผู้ใด (๑) ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ฯลฯ ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็ค......." ข้อความที่จำเลยกล่าวหาโจทก์กระทำความผิดอาญา จึงอยู่ที่ข้อความตามที่พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้บัญญัติไว้ดังกล่าวนั้น หาใช่อยู่ที่ข้อความว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คนั้นให้แก่ผู้ใด และจ่ายเช็คนั้นเป็นการชำระหนี้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งมิใช่จำเลยหรือไม่(อ้างฎีกาที่ ๒๘๘/๒๕๐๗)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2509
นายประยูร ยุคนธจิตต์ โจทก์
นายหงี้เง็ก แซ่เฮง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประยูร ยุคนธจิตต์ · ล. - นายหงี้เง็ก แซ่เฮง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดุล รัตนปิณฑะ · เชื้อ คงคากุล · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา