⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 180/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่อนุญาตให้ถอนตัวจากการเป็นจำเลยร่วมนั้น ผู้ร้องจะอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีแล้วเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องถอนตัวจากการเป็นจำเลยร่วมนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากผู้ร้องไม่เห็นพ้อง ก็มีสิทธิเพียงแต่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ในเมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีแล้วเท่านั้น ผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 เมื่อฝ่ายจำเลยได้โต้แย้งว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องนี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาให้เป็นประเด็นไว้ในคำแก้อุทธรณ์แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นกล่าวในชั้นฎีกาก็ตาม ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นคอมประโดว์ของธนาคารเกษตร จำกัด สาขาตรัง ได้ทำสัญญาเข้ารับประกันลูกค้าที่จำเลยที่ ๑ นำมากู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์ บัดนี้ผู้กู้ผิดสัญญาไม่ชำระเงินคืนโจทก์ ๕ ราย เป็นเงิน ๓๓๖,๒๕๒.๒๘ บาท ขอให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินของจำเลยที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองปฏิเสธ นายดาอี เกกินะ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ามีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีนี้ และอาจถูกโจทก์ฟ้องเป็นจำเลยหรืออาจถูกจำเลยที่ ๑ ฟ้องเพื่อใช้สิทธิไล่เบี้ย เนื่องจากผู้ร้องได้จำนองทรัพย์ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ และบุคคลอื่นไว้กับโจทก์ จึงขอเข้าเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยที่ ๒ โจทก์จำเลยไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ต่อมานายดาอี เกกินะ ผู้ร้องแต่งทนายใหม่และยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม โดยอ้างว่าทำไปเพราะเนื่องจากจำเลยที่ ๑ หลอกลวง ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ร้องได้แต่งทนายเข้ามาเป็นจำเลยร่วม แม้จะเป็นการหลงผิด แต่นอกจากผู้ร้องจะได้ทำสัญญาจำนองไว้กับโจทก์เพื่อค้ำประกันจำเลยที่ ๑ แล้ว ยังเป็นผู้ค้ำประกันผู้กู้เงินจากโจทก์อีก หากจำเลยทั้งสองแพ้คดี ก็มีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ร้อง และโจทก์ไม่ยอมให้ผู้ร้องถอนตัวจากการเป็นจำเลยร่วม จำเป็นที่จะเรียกร้องผู้ร้องเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ส่วนการขอถอนทนายนั้นอนุญาต ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การร้องสอดของผู้ร้องเป็นไปโดยผู้ร้องถูกหลอกลวงหรือไม่และสมควรจะให้ถอนไปหรือไม่นั้น ไม่จำเป็นต้องพิจารณา เพราะถึงแม้จะเป็นจริง ผู้ร้องก็ต้องเข้ามาเป็นจำเลยในคดีอีก เนื่องจากศาลชั้นต้นพิจารณาเห็นจำเป็น ได้สั่งเรียกผู้ร้องเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้ จึงพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาคัดค้านต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องถอนตัวจากการเป็นจำเลยร่วมนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา กรณีไม่เข้าตามบทมาตรา ๒๒๗ และ ๒๒๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ผู้ร้องจะอุทธรณ์ได้ หากผู้ร้องไม่เห็นพ้อง ก็มีสิทธิเพียงแต่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ เพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ในเมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีแล้วเท่านั้น ผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีเช่นในคดีนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ฝ่ายจำเลยได้โต้แย้งว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องนี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาให้เป็นประเด็นไว้ในคำแก้อุทธรณ์แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นกล่าวไว้ในชั้นศาลฎีกาก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า ในประเด็นข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ว่า เมื่ออุทธรณ์ของผู้ร้องต้องห้ามดังกล่าวแล้วศาลอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจรับพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ร้อง ฉะนั้น ศาลฎีกาจึงรับพิจารณาฎีกาของผู้ร้องไม่ได้ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และฎีกาของผู้ร้องเสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2509 ธนาคารเกษตร จำกัด โดยร้อยตำรวจโทสำเนา นาทะสิริ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางจงจิตต์ หอวัฒนกุล ที่ 1, นายสุชาติ หอวัฒนกุล ที่ 2 จำเลย นายดาอี เกกินะ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารเกษตร จำกัด โดยร้อยตำรวจโทสำเนา นาทะสิริ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางจงจิตต์ หอวัฒนกุล ที่ 1, นายสุชาติ หอวัฒนกุล ที่ 2 · ผู้ร้อง - นายดาอี เกกินะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นางมงคล วัลยะเพ็ชร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 1679/2540ฎีกา 943/2513ฎีกา 1800/2511ฎีกา 3219/2534ฎีกา 224/2524ฎีกา 1247/2510ฎีกา 602/2488ฎีกา 4335/2539ฎีกา 978/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1068/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา