⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 267-268/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267-268/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ศาลอุทธรณ์ไม่นัดให้คู่ความมาแถลงด้วยวาจาในคดีที่ไม่มีการสืบพยาน ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย * จำเลยจะฎีกาข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกาไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีที่ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 203 ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาโดยเปิดเผยเฉพาะแต่ในกรณีที่นัดหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันหรือมีการสืบพยาน ไม่มีข้อความแสดงว่า ให้ศาลต้องนัดหรือฟังคู่ความมาแถลงด้วยวาจา แต่มีข้อความแสดงว่า ศาลจะนัดให้คู่ความมาแถลงด้วยวาจาหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นกรณีที่แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรเป็นเรื่อง ๆ ไป ฉะนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ไม่นัดให้คู่ความมาแถลงด้วยวาจา จึงไม่ผิดกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.203 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลล่างพิจารณาพิพากษากันมา สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายร่างกายนายคุงหมง แซ่เต็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่าป้องกันตัว สำนวนที่ ๒ นายสง่าจำเลยในสำนวนแรกฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๔ กับพวก กลุ้มรุมทำร้ายโจทก์มีบาดเจ็บ โจทก์ใช้มือชกต่อยไปทางจำเลยที่ ๑ ทีหนึ่งเพื่อป้องกันตัว ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า นายสง่าจำเลยเตนาชกต่อยนายงคุงหมง ได้รับบาดเจ็บสาหัส หาใช่นายคุงหมงกับพวกกลุ้มรุมทำร้ายนายสง่าจำเลยไม่ พิพากษาว่า นายสง่าผิดตามมาตรา ๒๙๗(๘) จำคุก ๖ เดือน ยกฟ้องคดีที่นายสง่าเป็นโจทก์ นายสง่าอุทธรณ์ทั้ง ๒ สำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายสง่าฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า สำนวนแรกศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยเพียง ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๐ สำนวนหลัง ศาลล่างยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๙ ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ผู้อุทธรณ์ขอแถลงการณ์ด้วยวาจาแต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่จำเป็น ให้งดเสีย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๐๓ บัญญัติว่า ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาโดยเปิดเผยเฉพาะในกรณีที่นัดหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันหรือมีการสืบพยาน จึงเห็นว่า ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ไม่มีข้อความแสดงว่า ให้ศาลต้องนัดหรือต้องฟังคู่ความแถลงด้วยวาจา แต่มีข้อความแสดงว่า ศาลจะนัดให้คู่ความมาแถลงด้วยวาจาหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นกรณีที่แล้วแต่ศาลเห็นสมควรเป็นเรื่อง ๆ ไป ฉะนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ไม่นัดให้คู่ความมาแถลงด้วยวาจา จึงไม่ผิดกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267 - 268/2509 อัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์ นายคุงหมง แซ่เดต็ง จ.ร่วม นางสง่า หรือเป้าหรือ เป้าม รัตนสอาด จำเลย นายสง่า รัตนสอาด โจทก์ นายหมง แซ่เต็ง ที่ 1 , นายคูน แซ่เต็ง ที่ 2, นายเล้า ที่ 3 นายทวี วิรยะนันท์ ที่ 4

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุโขทัย · จ.ร่วม - นายคุงหมง แซ่เดต็ง · จำเลย - นางสง่า หรือเป้าหรือ เป้าม รัตนสอาด · โจทก์ - นายสง่า รัตนสอาด · 4 - นายหมง แซ่เต็ง ที่ 1 , นายคูน แซ่เต็ง ที่ 2, นายเล้า ที่ 3 นายทวี วิรยะนันท์ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายสีนวล คงลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 1635/2493ฎีกา 2186/2550ฎีกา 218/2555ฎีกา 2891/2540ฎีกา 1211/2536ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 191/2520ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 686/2523ฎีกา 2651/2517ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491ฎีกา 7603/2551ฎีกา 1184/2546ฎีกา 3789/2532ฎีกา 8404/2540ฎีกา 1821/2493ฎีกา 6121/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา