⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 539/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดผลร้ายแก่บุคคลสองคนโดยต่างกรรมต่างวาระกัน ต้องลงโทษจำเลยตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเห็นนายแก้วหาเห็ดอยู่กับนางทา จำเลยมีความหึงหวงจึงใช้มีดเข้าไปฟันนายแก้วก่อน นายแก้วต่อสู้ป้องกันตัว จำเลยฟันนายแก้ว 2-3 ที นางทาจึงเข้าช่วยป้องกันนายแก้ว จำเลยแทงนางทาจนนางทาถึงแก่ความตาย แล้วไล่ทำร้ายนายแก้วถึงแก่ความตายอีก ดังนี้ ไม่มีเหตุที่จำเลยจะอ้างได้ว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายทั้งสองโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 การที่จำเลยทำร้ายนายแก้วและนางทาถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำคนละกรรม เพราะจำเลยกระทำต่อบุคคลทั้ง 2 โดยฟันแทงคนละที ไม่ใช่ฟันหรือแทงครั้งเดียว แต่เกิดผลทำให้คนถูกทำร้ายถึง 2 คน แต่การกระทำของจำเลยต่อนายแก้วตั้งแต่ฟันนายแก้ว แล้วนางทาเข้ามาขัดขวาง และในที่สุดจำเลยวิ่งไล่ตามไปฟันนายแก้วอีก จนนายแก้วถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นกรรมเดียวกัน พฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่าจำเลยทำร้ายนายแก้วและนางทาต่างกรรมต่างวาระกัน กรณีจึงเข้ามาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่านายแก้ว นางทา ตายโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๙๑ จำเลยให้การว่าทำร้ายผู้ตายโดยบันดาลโทสะและเกินกว่าเหตุ หาได้ไตร่ตรองไว้ก่อนไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ๒ ราย เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามมาตรา ๒๘๘, ๙๑ วางโทษประหารชีวิต ลดกึ่งตามมาตรา ๗๘, ๕๒ จำคุก ๒๐ ปี ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายทั้ง ๒ ต่อเนื่องกัน จึงเป็นกรรมเดียวตามมาตรา ๙๐ พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดมาตรา ๒๘๘, ๙๐ วางโทษจำคุกตลอดชีวิต ลด ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘, ๕๓ (๑) จำคุก ๑๖ ปี ริบของกลาง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยเห็นนายแก้วหาเห็ดอยู่กับนางทา จำเลยมีความหึงหวงนางทา จำเลยจึงใช้มีดเข้าไปฟันนายแก้วก่อน นายแก้วจึงต่อสู้ป้องกันตัว จำเลยฟันนายแก้ว ๒-๓ ที นางทาเข้าช่วยป้องกันนายแก้ว จำเลยจึงแทงนางทาทางข้างหลังจนนางทาล้ม จำเลยยังแทงอีกหลายครั้งจนนางทาถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยยังไล่ทำร้ายนายแก้วจนนายแก้วถึงแก่ความตายอีก การที่จำเลยมีบาดแผลก็เป็นเพราะนายแก้ว นางทาได้ทำการต่อสู้จำเลยเพื่อป้องกันตัว ไม่มีเหตุที่จำเลยจะอ้างได้ว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๒ และเห็นต่อไปว่า การที่จำเลยฟันทำร้ายนายแก้ว และแทงทำร้ายนางทาถึงแก่ความตายแต่ละคนนั้น เป็นการกระทำคนละกรรม เพราะจำเลยได้กระทำต่อบุคคลทั้งสองโดยฟันแทงคนละทีกัน ไม่ใช่ฟันหรือแทงครั้งเดียว แต่เกิดผลทำให้คนถูกทำร้ายถึง ๒ คน แต่สำหรับการกระทำของจำเลยต่อนายแก้ว ตั้งแต่ฟันนายแก้วแล้วนางทาเข้ามาขัดขวาง และในที่สุดจำเลยได้วิ่งไล่ตามไปฟันนายแก้วอีกจนนายแก้วถึงแก่ความตายนั้นเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นกรรมเดียวกัน เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่า จำเลยทำร้ายนายแก้วและนางทาต่างกรรมต่างวาระกัน กรณีจึงเข้ามาตรา ๙๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นวางบทและลงโทษชอบแล้ว พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2509 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายปั๋น ตะวะรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายปั๋น ตะวะรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3887/2542ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 8297/2540ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา