⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 543/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำซัดทอดระหว่างคนร้ายด้วยกันจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานปรักปรำจำเลยไม่ได้ เว้นแต่จะใช้ยันตัวผู้ให้การโดยเฉพาะ ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความประพฤติของจำเลยตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนได้ เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลย.

ย่อคำพิพากษา

คำซัดระหว่างคนร้ายด้วยกัน จะฟังมาประกอบคดีในศาลใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่ จะใช้ยันเป็นพยานหลักฐานได้ก็เฉพาะใช้ยันตัวผู้ให้การโดยเฉพาะตัว (อ้างฎีกาที่ 758/2487, 944/2500) เมื่อพิเคราะห์ถึง อายุ ประวัติ ความประพฤติและพฤติการณ์ของจำเลยเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว ศาลจะวางเงื่อนไขเกี่ยวกับความประพฤติของจำเลยไว้เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยเองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 64 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506 มาตรา 14 ก็ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.133 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2506 ม.14 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.64

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้มีดแทงทำร้ายร่างกายนายทวีศักดิ์ ปัญญาพาณิชกุล โดยมีเจตนาฆ่า และแทงทำร้ายร่างกายนายชาญศักดิ์ แซ่อึ้ง จนเกิดอันตราย ได้รับบาดเจ็บตรงสีข้าง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๕, ๘๓, ๙๑ ศาลคดีเด็กและเยาวชนเห็นว่า หลักฐานพยานโจทก์ยังไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยร่วมกระทำผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่พิเคราะห์ถึงประวัติ ความประพฤติของจำเลย และพฤติการณ์ของจำเลยเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว ให้วางเงื่อนไขคุมประพฤติจำเลยไว้ ห้ามจำเลยเข้าไปในบาร์หรือคลับกลางคืนที่จำหน่ายสุรา มีการเต้นรำหรือสถานที่อื่นที่คล้ายคลึงกัน มีกำหนด ๒ ปี และให้จำเลยมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๆ ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนเชื่อว่าจำเลยร่วมกับนายไพโรจน์และพรรคพวกร่วมกันฆ่าและทำร้ายจริง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ และ ๒๙๕ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ จำคุกจำเลย ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑๐ ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนดไม่ต่ำกว่า ๖ ปี แต่ไม่เกินกว่าอายุจำเลยครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำให้การชั้นสอบสวนของนายไพโรจน์และนายพงษ์เพชรเป็นคำให้การชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งไม่จำต้องกล่าวต่อหน้าจำเลย ทั้งเป็นคำซัดระหว่างคนร้ายด้วยกัน จะฟังมาประกอบคดีในศาลใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่ จะใช้ยันเป็นพยานหลักฐานได้ก็เฉพาะใช้ยันผู้ให้การโดยเฉพาะตัว เรื่องทำนองนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ตามฎีกาที่ ๗๕๘/๒๔๘๗, ๙๔๔/๒๕๐๐ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนยังไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อพิจารณารายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยของพนักงานคุมประพฤติ โดยพิเคราะห์ถึง อายุ ประวัติ ความประพฤติและพฤติการณ์ของจำเลยเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว เห็นควรวางเงื่อนไขเกี่ยวกับความประพฤติของจำเลยไว้เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยเอง ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๖ มาตรา ๑๔ ซึ่งเมื่อพิจารณาเงื่อนไขที่ศาลชั้นต้นวางไว้นั้น เห็นว่าเป็นการสมควรและเหมาะสมแล้ว พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชน ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2509 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายชุ้น แซ่จิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายชุ้น แซ่จิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · โพยม เลขยานนท์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 81/2530ฎีกา 1954/2515ฎีกา 614/2486ฎีกา 2204/2529ฎีกา 2888/2535ฎีกา 9/2481ฎีกา 104/2481ฎีกา 1521/2482ฎีกา 1581/2531ฎีกา 3170/2535ฎีกา 4815/2528ฎีกา 3946/2536ฎีกา 408/2485ฎีกา 1769/2509ฎีกา 5294/2549ฎีกา 1673-1674/2493ฎีกา 84/2499ฎีกา 1991/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา