⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 649/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ถือเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เบิกความอันเป็นเท็จเพื่อแสดงว่าโจทก์ได้กู้เงินจำเลยที่ 1 และยังได้เบิกความเท็จอีกว่าโจทก์ได้พักอยู่กับจำเลยที่ 2 โจทก์ได้บอกจำเลยที่ 2 ว่าไปบ้านยางสินไชยได้เงินมา 1,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้น่าเชื่อว่าโจทก์ได้กู้เงินจำเลยที่ 1 จริง ข้อความที่จำเลยที่ 2 เบิกความต่อศาลในการพิจารณานั้น จึงเป็นข้อสำคัญในคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องเรียกเงินจากโจทก์ตามสัญญากู้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๓ ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๐๕ จำเลยบังอาจปลอมเอกสารสิทธิสัญญากู้ว่าโจทก์กู้เงินจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑,๐๐๐ บาท โดยโจทก์ไม่เคยกู้เงินจำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ นำเอกสารนี้ยื่นฟ้องต่อศาลว่าโจทก์กู้เงินจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาต่อศาลว่าโจทก์ทำสัญญากู้ให้แก่จำเลยที่ ๑ จริง เป็นข้อสำคัญในคดี ส่วนจำเลยที่ ๒ เบิกความอันเป็นข้อสำคัญในคดีและเป็นเท็จว่า ระหว่างวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๐ จำเลยที่ ๒ กับโจทก์ได้ไปพักที่โรงเรียนมัธยมสามัญอำเภออาจสามารถด้วยกัน วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๐ เวลา ๑๖.๑๐ นาฬิกา โจทก์ได้บอกจำเลยที่ ๒ ว่าวันนี้จะไม่ไปนอนด้วย จะไปหาเงินที่บ้านยางสินไชย ขอให้จำเลยดูของให้ด้วย เที่ยงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๐ โจทก์ก็เล่าให้จำเลยที่ ๒ ฟังว่าได้เงินมา ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งความจริงโจทก์และจำเลยที่ ๒ ไม่เคยพักด้วยกันที่โรงเรียนในวันดังกล่าว ไม่เคยบอกว่าจะไปหาเงินบ้านยางสินไชย ฯลฯ ดังคำเบิกความของจำเลยที่ ๒ ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นประทับฟ้องและพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๑๘๐, ๑๗๗ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๖๕, ๙๑ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ มีความผิดตามมาตรา ๑๗๗ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๔ เดือน จำเลยที่ ๑, ๒ และ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๑๗๗ และ ๑๘๐ แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๒๖๘, ๒๖๕ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๑ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑, ๒, ๔ ฎีกา แต่ศาลฎีกาสั่งรับเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ ๒ ในข้อ ๒(๒) ที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า น่าเชื่อว่าโจทก์มิได้ทำสัญญากู้เอกสารหมาย จ.๑ นั้นกับจำเลยที่ ๑ หากแต่ทำสัญญากู้ดังกล่าวกับจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๓ และมีการแก้เลข ๓ ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นเลข ๐ สำหรับเงินที่โจทก์ยืมจำเลยที่ ๒ ไปนั้น โจทก์ได้ชำระให้แล้ว แต่จำเลยที่ ๒ มิได้คืนสัญญากู้ให้โจทก์ เอกสารสัญญากู้ จ.๑ นั้น จำเลยที่ ๑ ได้นำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องโจทก์ในคดีแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ ๔/๒๕๐๖ ของศาลชั้นต้น และอ้างเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีด้วย ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดพิจารณาคดีแล้ว เห็นว่า เอกสารนี้มีรอยลบและเขียนใหม่ตรงเลข "๐" ไม่เชื่อว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ข้อความที่จำเลยที่ ๒ เบิกความในการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดร้อยเอ็ดตามที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นความเท็จ กล่าวคือ ตามความจริงนั้น ในคืนระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๐ โจทก์ไม่เคยพักร่วมกับจำเลยที่ ๒ ที่โรงเรียน ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๐๐ โจทก์ไม่ได้บอกจำเลยที่ ๒ ว่าได้เงินมา ๑,๐๐๐ บาท ในประเด็นที่ว่า ข้อความอันเป็นเท็จที่จำเลยที่ ๒ เบิกความในการพิจารณาต่อศาลเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๒ เบิกความอันเป็นเท็จเพื่อแสดงว่าโจทก์ได้กู้เงินจำเลยที่ ๑ และว่าโจทก์ได้พักอยู่กับจำเลยที่ ๒ โจทก์ได้บอกจำเลยที่ ๒ ว่าไปบ้านยางสินไชยได้เงินมา ๑,๐๐๐ บาท เพื่อส่งเสริมให้น่าเชื่อว่าโจทก์ได้กู้เงินจำเลยที่ ๑ จริง ข้อความที่จำเลยที่ ๒ เบิกความจึงเป็นข้อสำคัญในคดีที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องเรียกเงินจากโจทก์ตามสัญญากู้ จำเลยที่ ๒ จึงมีความผิดตามมาตรา ๑๗๗ ประมวลกฎหมายอาญา ที่โจทก์ฟ้อง และเมื่อพิจารณาถึงว่าจำเลยที่ ๒ ไม่คืนหนังสือสัญญากู้เงินให้โจทก์เมื่อได้รับชำระหนี้แล้ว อันเป็นเหตุให้หนังสือสัญญานั้นถูกปลอมแปลง และเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ นำหนังสือสัญญาที่ปลอมนั้นมาฟ้องโจทก์ จึงเห็นว่าไม่สมควรรอการลงโทษจำเลยที่ ๒ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2509 นายสำรอง แถวพินิจ โจทก์ นายสมบูรณ์ แก่นนาคำ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำรอง แถวพินิจ · จำเลย - นายสมบูรณ์ แก่นนาคำ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา