⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 866/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้แยกทรัพย์สิน และโจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นต้องสั่งส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับภริยา ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของภริยาจำเลยอีกคดีหนึ่งร้องขอให้แยกสินบริคณห์ที่ยึดออกเป็นส่วนของภริยาจำเลย ศาลอนุญาต โจทก์จึงขอให้ศาลยึดทรัพย์สินส่วนของภริยานี้อีก อ้างว่าหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นหนี้ร่วม เมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว หากโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาล ศาลต้องสั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 235 ด้วย หากศาลชั้นต้นมิได้สั่งเช่นนั้น และเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีไป ศาลฎีกาก็สั่งให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องเสียใหม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.235

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความใช้เงินให้แก่โจทก์ แต่แล้วไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดเรือนของจำเลย ๑ หลังซึ่งเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับภริยาผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของภริยา จำเลยได้ใช้สิทธิของลูกหนี้ขอให้ศาลสั่งแยกสินบริคณห์ระหว่างจำเลยและภริยาเพื่อจะขอรับชำระหนี้ ศาลอนุญาตให้แยกได้ ต่อมาโจทก์จึงยื่นคำร้องว่าหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยคดีนี้เป็นหนี้ร่วม โจทก์มีสิทธิบังคับเอาแต่สินบริคณห์ทั้งสองฝ่าย จึงขอให้ยึดสินบริคณห์ส่วนของภริยาจำเลยมาชำระหนี้ของโจทก์ด้วย ศาลแพ่งสั่งว่า สินบริคณห์เมื่อแยกจากกันแล้วก็เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น โจทก์จะขอยึดส่วนของภริยาด้วยมิได้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลแพ่งสั่งว่ารับเป็นอุทธรณ์ ส่งสำเนาให้กับจำเลย ผู้ร้องจึงมิได้รับสำเนาและมิได้แก้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้โจทก์ยึดทรัพย์สินส่วนของภริยาจำเลยได้ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นจำเลยอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๕ และเป็นคู่ความซึ่งพิพาทกันในชั้นบังคับคดีกับโจทก์ตลอดมา เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งให้โจทก์ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยอุทธรณ์เป็นการที่มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติในมาตรา ๒๓๕ จึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้ออื่น จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องเสียก่อน แล้วส่งสำนวนมาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2509 นายสำเภา อาพาผล โจทก์ นายยิ้ม ชัยสมบูรณ์ จำเลย นางนาง สงวนแก้ว นางสุวรรณี นาคจินดา นางถนอม ยุทธานนท์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเภา อาพาผล · จำเลย - นายยิ้ม ชัยสมบูรณ์ · ผู้ร้อง - นางนาง สงวนแก้ว นางสุวรรณี นาคจินดา นางถนอม ยุทธานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอัศนีย์ เกาไศยนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7234/2552ฎีกา 1748/2511ฎีกา 2567/2516ฎีกา 965/2529ฎีกา 188/2529ฎีกา 2955/2554ฎีกา 2259/2544ฎีกา 5282/2531ฎีกา 2298/2541ฎีกา 8018/2553ฎีกา 699/2532ฎีกา 30/2544ฎีกา 14/2507ฎีกา 1749/2511ฎีกา 1349-1351/2526ฎีกา 3377/2526ฎีกา 7041/2543ฎีกา 5308/2534ฎีกา 681/2530ฎีกา 741/2543ฎีกา 65/2489ฎีกา 3755/2533ฎีกา 323/2526ฎีกา 574/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา