⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3364/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3364/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยร่วมยังคงเป็นคู่ความในชั้นอุทธรณ์ การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยร่วมและไม่นัดให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ร่วมรับผิดฐานละเมิดจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การปฏิเสธอ้างว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยร่วม และขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) จำเลยร่วมให้การปฏิเสธและเป็นปรปักษ์ทั้งต่อโจทก์และจำเลยทั้งสองเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ อ้างว่าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความผิดของจำเลยร่วมเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยร่วมยังเป็นคู่ความในชั้นอุทธรณ์การที่ศาลชั้นต้นจัดส่งสำเนาให้เฉพาะโจทก์และไม่นัดให้จำเลยร่วมมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นเหตุให้จำเลยร่วมพ้นจากคดีไปลอยๆ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา ศาลฎีกาต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา243 (2), 247 ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยร่วมแล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.235 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านบนที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งสองปลูกสร้างตึกแถวบนที่ดินข้างเคียงด้านทิศตะวันออก การก่อสร้างโดยการตอกเข็มคอนกรีตเป็นเหตุให้บ้านโจทก์เสียหายหลายประการ ทั้งผนังอาคารที่จำเลยทั้งสองปลูกสร้างด้านติดกับบ้านของโจทก์ มีความสูงเกินกว่า ๘ เมตร ปิดกั้นทางลมและแสงสว่าง คิดค่าเสียหายเป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยระงับการก่อสร้าง และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำจนกว่าจะแก้ไขหรือป้องกันความเสียหายหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพราะการก่อสร้างให้จำเลยรื้อถอนหรือลดความสูงของผนังอาคารด้านติดกับบ้านโจทก์ไม่ให้ปิดกั้นทางลมหรือแสงสว่าง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า การก่อสร้างไม่เป็นเหตุให้บ้านโจทก์เสียหายผู้ที่ตอกเสาเข็มคอนกรีตคือห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีไทยณรงค์ ค่าเสียหายบางรายการของโจทก์ไกลเกินกว่าเหตุ ค่าเสียหายทั้งสิ้นไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีไทยณรงค์ เป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยร่วมตอกเสาเข็มตามคำสั่งของจำเลย หากมีความเสียหายเกิดขึ้นก็เป็นความผิดของจำเลยฝ่ายเดียว และค่าเสียหายก็ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า บ้านโจทก์ได้รับความเสียหายเพราะความสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็มปลูกสร้างอาคาร ซึ่งจำเลยร่วมรับจ้างตอกเข็มกระทำตามที่จำเลยจ้างให้ทำ จำเลยจึงต้องรับผิดเพียงฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๘ ค่าเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ ๖๐,๐๐๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ว่าค่าเสียหายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และเป็นความผิดของจำเลยร่วม หรือมิฉะนั้นจำเลยร่วมต้องร่วมรับผิดด้วย ศาลชั้นต้นจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้เฉพาะโจทก์ และนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะโจทก์จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้รับผิดฐานละเมิดโดยปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ฐานรากรุกล้ำเข้าไปในเขตบ้านโจทก์และตอกเข็มคอนกรีตใกล้แนวรั้วทำให้อาคารของโจทก์เสียหาย กับผนังอาคารด้านที่ติดกับบ้านโจทก์สูงเกินกว่า ๘ เมตรปิดกั้นทางลมและแสงสว่าง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การปฏิเสธ อ้างว่าความเสียหายที่เกิดจากการตอกเสาเข็มเป็นความรับผิดชอบของห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีไทยณรงค์ และขอให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีไทยณรงค์เข้ามาเป็นจำเลยร่วม อันเป็นการร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๗(๓) ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การปฏิเสธว่า จำเลยร่วมตอกเสาเข็มตามคำสั่งของจำเลยผู้ว่าจ้าง จึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นคำให้การของจำเลยร่วมจึงเป็นปรปักษ์ทั้งต่อโจทก์และจำเลยทั้งสองเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพียงฝ่ายเดียวชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขอให้ยกฟ้อง หรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยร่วมรับผิดด้วยในชั้นอุทธรณ์คดีจึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงความรับผิดของจำเลยร่วมจำเลยร่วมจึงยังเป็นคู่ความในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้เฉพาะโจทก์เท่านั้น มิได้จัดส่งให้จำเลยร่วมด้วย เป็นการไม่ปฏิบัติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๕ การพิจารณาของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการพิจารณาคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยไม่มีจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความในคดีชั้นอุทธรณ์ด้วย ทั้ง ๆ ที่จำเลยร่วมยังเป็นคู่ความอยู่ และมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงความรับผิดของจำเลยร่วมนอกจากนั้น ศาลชั้นต้นก็มิได้นัดจำเลยร่วมมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทำให้จำเลยร่วมพ้นจากคดีไปลอย ๆ เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาจึงต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๓(๒), ๒๔๗ พิพากษายก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีไทยณรงค์ จำเลยร่วม แล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3364/2524 นายสุภร ผลชีวิน โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรี ไทยณรงค์ จำเลยร่วม ห้างหุ้นส่วนจำกัดลออกิจก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุภร ผลชีวิน · จำเลยร่วม - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรี ไทยณรงค์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดลออกิจก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1178/2494ฎีกา 13043/2557ฎีกา 908/2513ฎีกา 3405/2537ฎีกา 7578/2538ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1058/2498ฎีกา 356/2530ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา