คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ทราบคำสั่งศาลที่ให้ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยแล้ว แต่ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาทั้งหมด ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ ให้โจทก์ทั้งสองนำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยภายใน 7 วัน โจทก์ทั้งสองทราบคำสั่งโดยชอบแล้วแต่ไม่ไปนำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนดเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ศาลอุทธรณ์ย่อมมีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นเสียได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
สืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิด ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๘,๕๔๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๑ และชำระเงินจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การต่อสู้คดี
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นสำหรับเงินวางศาลทั้งหมดและยกเว้นค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์กึ่งหนึ่ง หากโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษา ให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อศาลภายใน ๑๕ วัน เมื่อชำระแล้วจะสั่งอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไป
โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่
ศาลชั้นต้นยกคำร้อง
โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาทั้งหมด
ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ทั้งสองและให้โจทก์ทั้งสองนำส่งสำเนาอุทธรณ์คำสั่งแก่จำเลยภายใน ๗ วัน หากจำเลยจะค้านให้ยื่นเข้ามาภายใน ๑๕ วัน ถ้าไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมาย ต่อมาพนักงานเดินหมายรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์หรือผู้แทนโจทก์ไม่มานำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์คำสั่งเกิน ๗ วันแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์คำสั่ง ให้ส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์เพื่อสั่ง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ทั้งสองไม่ติดใจให้ศาลสั่งคำร้องจึงมีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นมาวางศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วันนับแต่วันฟังคำสั่ง
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นในกรณีนี้ โจทก์ไม่ต้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์คำสั่งเพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ นั้น เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งเป็นกรณีที่จำเป็นอยู่ในบทบังคับของการอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อให้อีกฝ่ายได้ทราบถึงข้ออุทธรณ์ซึ่งหากมีข้อคัดค้านอย่างใดจะได้แก้อุทธรณ์เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์คำสั่งและโจทก์ได้ทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้อง
พิพากษายืน หากโจทก์ทั้งสองประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาก็ให้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียม ตามจำนวนที่ศาลชั้นต้นระบุไว้ต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วันนับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2530
ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีกรชัยก่อสร้าง กับพวก โจทก์
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีกรชัยก่อสร้าง กับพวก · จำเลย - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ - (อ่านไม่ออก) |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา