⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 879/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้ลูกหนี้ หรือยอมให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เป็นงวดๆ ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ การตกลงผ่อนชำระหนี้ ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ และลูกหนี้สามารถนำพยานบุคคลเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ข้อตกลงดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงกันใหม่ว่า โจทก์ยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่เดือนมกราคม 2507 เป็นต้นไป แต่ทั้งนี้จะไม่ค้างให้เกิน 6 เดือน ส่วนเงิน 5,000 บาทที่จำเลยจะต้องชำระให้ในเดือนพฤศจิกายน 2506 โจทก์ตกลงให้จำเลยผ่อนระยะเวลาไปไม่เกิน 6 เดือน ดังนี้ มิใช่แปลงหนี้ใหม่ เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ได้ต่อไป ถ้าเป็นจริงย่อมมีผลผูกมัดโจทก์ ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ จำเลยย่อมนำพยานบุคคลเข้าสืบได้ (อ้างฎีกาที่ 782/2503) จำเลยได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงในการต่อสู้คดีไว้ชัดแจ้งแล้ว การจะปรับเข้าบทกฎหมายใด ย่อมตกเป็นหน้าที่ของศาลที่จะยกมาใช้เอง (อ้างฎีกาที่ 183/2486).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากัน กู้เงินโจทก์ไปหลายครั้งและผิดนัดไม่ชำระให้โจทก์ ต่อมาวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ จำเลยทั้งสองทำหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเงิน ๔๖,๗๕๐ บาท โดยจำเลยผ่อนชำระในวันทำสัญญาหนังสือรับสภาพหนี้ ๕,๐๐๐ บาทที่เหลือจำเลยขอผ่อนชำระในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๖ เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท และเดือนต่อ ๆ ไป เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท หากผิดนัดจำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี บัดนี้ จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงิน ๕,๐๐๐ บาทภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๖ และไม่ชำระเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๗ เดือนแล้ว ขอให้ศาลบังคับให้ชำระเงินต้น ๔๑,๗๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน ๓,๑๓๑.๒๕ บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๗ และค่าเสียหายในการทวงถาม ฯลฯ อีก ๓๐๐ บาท จำเลยให้การว่า มูลหนี้หาใช่มูลหนี้อันเกิดจากการกู้เงินไม่ หากแต่เกิดด้วยโจทก์ดำเนินคดีอาญากับจำเลยที่ ๑ ในข้อหาออกเช็คไม่มีเงินในชั้นศาล โจทก์ถอนคำร้องทุกข์โดยให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ เมื่อจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงกันใหม่ว่า โจทก์ยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เดือนละ ๕๐๐ บาทนับแต่เดือนมกราคม ๒๕๐๗ เป็นต้นไป แต่ทั้งนี้จะไม่ค้างให้เกิน ๖ เดือน ส่วนเงิน ๕,๐๐๐ บาทที่จำเลยจะต้องชำระให้ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๖ โจทก์ตกลงให้จำเลยผ่อนระยะเวลาไปไม่เกิน ๖ เดือนนับแต่เดือนมกราคม ๒๕๐๗ เป็นต้นมา บัดนี้ยังไม่ครบกำหนด จำเลยไม่ผิดนัด ในวันนัดพร้อม ทนายจำเลยแถลงว่าข้อตกลงใหม่มิได้ทำเป็นหนังสือ ศาลสั่งให้งดสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจะนำพยานบุคคลมาสืบว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน ๔๑,๗๕๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อต่อสู้ของจำเลยนั้นไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้นชอบแล้ว แต่ศาลฎีกาเห็นว่าถ้าเป็นจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าโจทก์ยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ได้ต่อไปนั้นแล้ว ย่อมมีผลผูกมัดโจทก์ ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ นำพยานบุคคลเข้าสืบได้ หาใช่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารแต่ประการใดไม่ (อ้างฎีกาที่ ๗๘๒/๒๕๐๓) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการผ่อนผันระหว่างกันไม่มีผลผูกมัดโจทก์ให้จำต้องปฏิบัติตามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ตามที่จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มุ่งไปในทางว่า ข้อตกลงนั้นเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ไม่ใช่เป็นการผ่อนเวลานั้น ศาลฎีกาจะหยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงในการต่อสู้คดีไว้ชัดแจ้งแล้ว การจะปรับเข้าบทกฎหมายใด ย่อมตกเป็นหน้าที่ของศาลที่จะยกมาใช้เอง (อ้างฎีกาที่ ๑๘๓/๒๔๘๖) จึงรับวินิจฉัยให้ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาสืบพยานตามข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2509 นางประภา บุญมั่น โจทก์ นายกิตติ แซ่อุ่ย ที่ 1 นางเสงี่ยม แซ่อุ่ย (แซ่ด่าน) ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประภา บุญมั่น · จำเลย - นายกิตติ แซ่อุ่ย ที่ 1 นางเสงี่ยม แซ่อุ่ย (แซ่ด่าน) ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายฉลอง จันทรัฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 6631/2568ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6801/2540ฎีกา 1490/2538ฎีกา 794/2509ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1302/2535ฎีกา 581/2530ฎีกา 1403/2515ฎีกา 2635/2527ฎีกา 234/2491ฎีกา 1060/2543ฎีกา 1454/2514ฎีกา 1188/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา