⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 918/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบลายมือชื่อในเอกสารต่างๆ ในสำนวนได้ และจำเลยสามารถนำสืบถึงเหตุผลที่ต้องทำสัญญาในลักษณะที่ปรากฏได้ แม้จะไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลเป็นผู้พินิจพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยตามที่นำสืบมาในสำนวน การตรวจพิจารณาลายเซ็นชื่อของโจทก์ในสัญญากู้เปรียบเทียบกับลายเซ็นชื่อของโจทก์ในเอกสารต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในสำนวนก็เป็นการพิจารณาอย่างหนึ่งที่ศาลมีอำนาจกระทำได้ จำเลยให้การโดยชัดแจ้งว่าโจทก์กู้ยืมเงินจำเลยไป 5,000 บาท ต่อมาไม่มีเงินชำระเงินต้น โจทก์จึงเอาสวนพิพาทตีราคาใช้หนี้จำเลยในราคา 3,000 บาทโดยทำสัญญายกสวนให้จำเลย ดังนี้ จำเลยย่อมนำสืบได้ ส่วนการที่ต้องทำสัญญาเป็นสัญญายกให้ก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่ขัดข้องที่จะทำสัญญาเป็นสัญญาซื้อขาย จึงต้องทำเป็นสัญญายกให้ตามที่เจ้าหน้าที่ชี้แจง ซึ่งเป็นการนำสืบแสดงถึงเหตุที่ต้องทำเป็นสัญญายกให้เท่านั้น ถึงแม้จำเลยจะมิได้ให้การไว้โดยชัดแจ้ง จำเลยก็นำสืบได้ มิใช่จำเลยนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารและนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้แต่อย่างใด ข้อที่ว่าจำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่าได้มีการชำระหนี้ 3,000 บาทมาแสดงต่อศาล โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์นี้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงต้องห้าม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.122 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยกที่สวน ๑ แปลง ราคา ๓,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยซึ่งเป็นหลาน ได้ทำนิติกรรมให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยประพฤติเนรคุณหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์เรียกที่ดินคืนจำเลยไม่ยอมคืนให้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อโรงเรือนออกไปจากที่พิพาท และห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าโจทก์กู้เงินจำเลยไป ๕,๐๐๐ บาท เอาที่สวนพิพาทเป็นประกัน กำหนดใช้ภายใน ๑ ปี ต่อมาโจทก์ไม่มีเงินชำระให้จำเลย โจทก์จึงตกลงเอาที่สวนดังกล่าวปลดหนี้ให้จำเลยโดยทำสัญญายกให้ ส่วนเงินต้นอีก ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ขอผัดชำระจำเลยเตือนให้โจทก์ชำระเงินที่ค้าง ขอให้ยกฟ้องโจทก์และขอฟ้องแย้งให้พิพากษาบังคับให้โจทก์ชำระต้นเงิน ๒,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่เคยกู้เงินจำเลย จำเลยกับพวกสมคบกันทำสัญญากู้ปลอมไม่เคยเอาที่พิพาทตีใช้หนี้เงิน ๓,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กู้เงินจำเลย ๕,๐๐๐ บาท โจทก์ได้เอาที่พิพาทตีราคาใช้หนี้จำเลยเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้เงินที่ค้าง ๒,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ศาลไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จะเปรียบเทียบลายมือชื่อในเอกสารต่าง ๆ กับลายมือชื่อในสัญญากู้ แล้วเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อโจทก์เป็นการไม่ชอบ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลเป็นผู้พินิจพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยตามที่นำสืบมาในสำนวน การตรวจพิจารณาลายเซ็นชื่อของโจทก์ในสัญญากู้เปรียบเทียบกับลายเซ็นชื่อของโจทก์ในเอกสารต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในสำนวนก็เป็นการพิจารณาอย่างหนึ่งซึ่งศาลมีอำนาจกระทำได้ โจทก์ฎีกาว่า ตามสัญญาเป็นสัญญายกให้ จำเลยจะนำสืบว่าได้เอาสวนพิพาทตีราคาใช้หนี้จำเลย ๓,๐๐๐ บาทไม่ได้ เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร และเป็นการนำสืบนอกประเด็นศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ให้การโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ได้กู้เงินจำเลยไป ๕,๐๐๐ บาท ต่อมาไม่มีเงินชำระต้นเงิน โจทก์จึงเอาสวนพิพาทตีราคาใช้หนี้จำเลยในราคา ๓,๐๐๐ บาท โดยทำสัญญายกสวนพิพาทให้จำเลย เมื่อจำเลยให้การเป็นประเด็นไว้แล้ว จำเลยก็นำสืบได้ ส่วนการที่ต้องทำสัญญาเป็นสัญญายกให้ ก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่ขัดข้องที่จะทำสัญญาเป็นสัญญาซื้อขาย จึงต้องทำเป็นสัญญายกให้ตามที่เจ้าหน้าที่ชี้แจง ซึ่งเป็นการนำสืบแสดงถึงเหตุที่ต้องทำเป็นสัญญายกให้เท่านั้น ถึงแม้จำเลยจะมิได้ให้การไว้โดยชัดแจ้ง จำเลยก็นำสืบได้ มิใช่จำเลยนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารและนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้แต่อย่างใด ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้กู้ยืมเงินจำเลย ๕,๐๐๐ บาทจริง และได้เอาที่พิพาทตีใช้หนี้จำเลยในราคา ๓,๐๐๐ บาท โดยทำนิติกรรมจดทะเบียนเป็นสัญญายกให้ มิใช่เป็นการยกให้โดยเสน่หา โจทก์ฎีกาว่า ตามที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ได้เอาที่พิพาทตีราคาแล้วโอนใช้หนี้โจทก์ในราคา ๓,๐๐๐ บาทนั้นฟังไม่ได้ เพราะจำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่าได้มีการชำระหนี้ ๓,๐๐๐ บาทมาแสดงต่อศาล คดีจึงต้องฟังว่าโจทก์โอนที่พิพาทให้จำเลยโดยเสน่หา เห็นว่าประเด็นข้อนี้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ฎีกาข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2509 นางเวียน พูลเขาล้วน โจทก์ นายจิ้น เมืองอุดม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเวียน พูลเขาล้วน · จำเลย - นายจิ้น เมืองอุดม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลั้งสวน - ม.ร.ว.พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา