⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1093/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งมีทุนทรัพย์ โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทย์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่านาที่พิพาทราคา 5,100 บาท เป็นของโจทก์และเสียค่าขึ้นศาลในจำนวนทุนทรัพย์ห้าพันหนึ่งร้อยบาท แต่ตามคำให้การและคำแถลงของจำเลยมิได้พิพาทกันทั้งแปลง คงพิพาทกันไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด แม้ศาลชั้นต้นจะไม้ได้ให้คู่ความตีราคาที่พิพาทใหม่ก็พอกำหนดราคาได้ว่าที่พิพาทมีราคาไม่เกินห้าพันบาทเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่านาพิพาทเป็นของจำเลย ดังนี้ โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ โดยพ่อตายกให้เมื่อ ๒๐ ปีมานี้ต่อมาจำเลยได้นำเจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัดโดยไม่มีอำนาจ และอ้างว่าเป็นของจำเลยขอให้ศาลพิพากษาว่านาที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่านาที่พิพาทเดิมเป็นของมารดาจำเลย กว้าง ๒ เส้น ๑๐ วา ยาว ๓ เส้น จำเลยได้รับมรดกมา ๘ ปีแล้ว ก่อนนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยแถลงรับว่าที่พิพาทนั้นปรากฏตามแผนที่ท้ายฟ้อง เฉพาะที่จำเลยต่อสู้นั้นคือที่ดินส่วนที่กว้าง ๒ เส้น ๗ วา ทั้งด้านเหนือและด้านใต้ ศาลชั้นต้นฟังว่านาที่พิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำแถลงและคำให้การของจำเลยในรายงานกระบวนพิจารณา ที่นาที่พิพาทมิได้พิพาทกันทั้งแปลงราคา ๕,๑๐๐ บาท เท่าที่โจทย์ฟ้องคงพิพาทกันไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ให้คู่ความตีราคาที่พิพาทใหม่ก็พอกำหนดราคาได้ว่าที่พิพาทราคาไม่เกินห้าพันบาท ฉะนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่านาพิพาทเป็นนาจำเลยมีสิทธิครอบครอง โจทก์จึงฎีกาคัดค้านในข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ส่วนฎีกาที่โจทก์ยกขึ้นเป็นข้อกฎหมายว่าจำเลยเบิกความนอกคำให้การ จำเลยให้การไว้ว่าได้ครอบครองนาที่พิพาทมาทุกปี แต่เบิกความไปอีกอย่างหนึ่งเป็นทำนองว่าคำเบิกความของจำเลยศาลไม่ควรรับฟังนั้น เห็นว่าจำเลยให้การว่าจำเลยครอบครองนาของจำเลยมาทุกปี ซึ่งมีความหมายเท่ากับว่าจำเลยไม่ได้ละทิ้ง จำเลยเบิกความว่าระหว่างไปทำไร่ปอที่อำเภอสังขะ ๓ ปีนั้นได้ให้นายเพ็งพี่ชายจำเลยทำนาพิพาทแทนก็มีความหมายเท่ากับว่าจำเลยไม่ได้ละทิ้งนาพิพาทเช่นเดียวกัน จึงไม่เป็นการสืบนอกคำให้การดังที่ฎีกา พิพากษายืน. ๋ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2510 นายทองสุข พงษ์สุวรรณ โจทก์ นางสา ดอนเหลือม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองสุข พงษ์สุวรรณ · จำเลย - นางสา ดอนเหลือม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สว่าง ภูวะปัจฉิม · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 685/2550ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 591/2513ฎีกา 142/2530ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา