⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1289/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัย และมีข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่ยังไม่ได้นำสืบ ศาลฎีกามีอำนาจให้คู่ความนำพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่สามารถยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นเนื่องจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ และศาลชั้นต้นมิได้กะประเด็นนำสืบในข้อนี้ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะอ้างอิงปัญหานี้ขึ้นในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรค 2 เมื่อประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญในประเด็น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลฎีกามีอำนาจให้โจทก์นำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์มาสืบเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรค 3, 240 (3) ประกอบด้วยมาตรา 247 แล้วให้จำเลยสืบแก้ รวมทั้งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิระบุทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารเพิ่มเติมได้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกเข้าถากถางตัดฟันต้นไม่ และปลูกบ้านโดยยกเสาขึ้นแล้ว ๒ ต้น และเข้ายึดถือครอบครองที่พิพาท โจทก์ร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนให้ว่ากล่าวห้ามปราบจำเลย แต่จำเลยไม่เชื่อฟัง ขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทให้จำเลยรื้อถอนเสาและรั้วออกไป และห้ามเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยสู้ว่า จำเลยเป็นตัวแทนจัดการครอบครองดูแลทำประโยชน์ในที่พิพาทต่อจากนายเนิ่นซึ่งรับมอบอำนาจมาจากนายเจิม เกษสุวรรณ์ เจ้าของที่พิพาท นายเจิมได้เข้าครอบครองที่พิพาทมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๙ หากโจทก์ซื้อที่รายนี้มาจริงก็ได้ทอดทิ้งปล่อยปละละเลยให้นายเจิมครอบครองมาเกิน ๑ ปี โจทก์หมดสิทธิฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ เพราะเป็นที่มือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ จำเลยไม่รับรองว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์เป็นใบมอบอำนาจที่ถูกต้องแท้จริง แผนที่ท้ายฟ้องไม่ถูกต้องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง นายเนิ่น เกษสุวรรณ์ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนายเจิม เกษสุวรรณ์ ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยชอบฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ไม่ขาดอายุความ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่พิพาท ให้รื้อบ้านและรั้วออกไปจากที่พิพาท ห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลต่างด้าวไม่มีสิทธิในที่พิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกาอ้างว่า จำเลยมิได้ยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องตามที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น และในการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นก็มิได้กะประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องนี้ให้โจทก์สืบแต่ประการใดเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่พิพาทของโจทก์ได้ถูกควบคุมโดยคณะกรรมการควบคุมและจัดกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในภาวะคับขัน และคณะกรรมการก็ได้ทำการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิในที่พิพาทแทนโจทก์ไว้ เมื่อเลิกสงครามรัฐบาลไทยได้มอบทรัพย์สินรวมทั้งที่พิพาทคืนให้โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงสงบศึก โดยถือว่าบริษัทโจทก์ยังมีสิทธิสมบูรณ์ในที่พิพาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น หากความจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาและตามเอกสารที่โจทก์ขออ้างเพิ่มเติมแล้ว ที่พิพาทก็ยังเป็นสิทธิของโจทก์อยู่โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ทั้งทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ไม่สามารถยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างในศาลชั้นต้น เนื่องจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ และศาลชั้นต้นก็มิได้กระประเด็นให้นำสืบในข้อนี้ โจทก์จึงย่อมมีสิทธิที่จะอ้างอิงปัญหานี้ขึ้นนั้นชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรค ๒ และโดยที่ประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญในประเด็น ฉะนั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องให้โจทก์นำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์มาสืบเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรค ๓, ๒๔๐ (๓) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗ แล้วให้จำเลยสืบแก้ ทั้งนี้ รวมทั้งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิระบุทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารเพิ่มเติมได้ด้วย พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2510 บริษัทกะทู้ทินเดร็ดยิ่ง โดยนายกิจจา อนิวรรตน์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบำรุง เกษสุวรรณ์ จำเลย นายเนิ่น เกษสุวรรณ์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายเจิม เกษสุวรรณ์ ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทกะทู้ทินเดร็ดยิ่ง โดยนายกิจจา อนิวรรตน์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายบำรุง เกษสุวรรณ์ · ผู้ร้องสอด - นายเนิ่น เกษสุวรรณ์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายเจิม เกษสุวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · เนิ่น กฤษณะเศรนี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิโรจน์ บริรักษ์จรรยาวัตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2076/2542ฎีกา 367/2568ฎีกา 1339/2499ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา