คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดให้ลูกหนี้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนหลังตามลำดับ หากกระทำการอย่างแรกไม่ได้ จึงให้กระทำการอย่างหลัง ไม่ใช่การเลือกกระทำการหลายอย่างตามมาตรา 198 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ย่อคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดไปแล้วบังคับว่า ให้จำเลยส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถส่งมอบห้องได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ 12,500 บาท ดังนี้เป็นการกำหนดให้จำเลยกระทำการชำระหนี้ทีละอย่างก่อนหลังตามลำดับ กล่าวคือ ไม่สามารถจะกระทำอย่างแรกแล้วจึงให้กระทำอย่างหลัง ไม่ใช่เป็นการกระทำหลายอย่างอันลูกหนี้จะพึงเลือกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198 การที่จำเลยอ้างว่าจำเลยต้องใช้ห้องพิพาทเพื่อประกอบอาชีพนั้น เหตุเพียงเท่านี้ยังไม่เป็นอันพ้นวิสัยอันจะเป็นมูลให้จำเลยยกขึ้นอ้างว่าไม่สามารถส่งมอบห้องพิพาทได้ ฉะนั้น โอกาสที่จำเลยจะขอคืนเงินให้โจทก์ จึงยังไม่อาจเกิดขึ้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ส่งมอบห้องพิพาท ๑ ห้อง ที่สุดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระเงิน ๕๐๐ บาท ถ้าไม่สามารถส่งมอบห้องได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ ๑๒,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลออกบังคับโดยที่โจทก์ได้นำเงิน ๕๐๐ บาทวางศาลเพื่อชำระให้จำเลยแล้ว
ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอคืนเงิน ๑๒,๕๐๐ บาทให้โจทก์ เพราะห้องพิพาทนั้นจำเลยได้ใช้เป็นที่ประกอบการค้า โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอของโจทก์ซึ่งให้บังคับเป็น ๒ ทาง จำเลยไม่ยอมส่งมอบห้อง โจทก์ต้องขอให้ศาลบังคับคดีให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เท่านั้น ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดไปแล้วนั้นบังคับว่า ให้จำเลยส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถส่งมอบห้องได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ ๑๒,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ เป็นการกำหนดให้จำเลยกระทำการชำระหนี้ทีละอย่างก่อนหลังตามลำดับกล่าวคือ ไม่สามารถจะกระทำอย่างแรกแล้ว จึงให้กระทำอย่างหลัง ไม่ใช่เป็นการกระทำหลายอย่างอันลูกหนี้จะพึงเลือกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๘ การที่จำเลยอ้างว่า จำเลยต้องใช้ห้องพิพาทเพื่อประกอบอาชีพนั้น เหตุเพียงเท่านี้ยังไม่เป็นอันพ้นวิสัย อันจะเป็นมูลให้จำเลยยกขึ้นอ้างว่าไม่สามารถจะส่งมอบห้องพิพาทได้ ฉะนั้น โอกาสที่จำเลยจะขอคืนเงินให้โจทก์จึงยังไม่อาจเกิดขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2510
นายศักดา สุพรรณนานนท์ โจทก์
นายกู้ ว่องเจริญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศักดา สุพรรณนานนท์ · จำเลย - นายกู้ ว่องเจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร หุตะโกวิท · ยง เหลืองรังษี · ไฉน บุญยก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน พูนคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา