คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การตกลงให้ที่ดินนอกที่พิพาทเป็นค่าจ้างว่าความไม่ขัดต่อกฎหมาย
* หนี้ค่าจ้างว่าความเป็นหนี้เงิน เมื่อผู้ว่าจ้างผิดนัด ต้องเสียดอกเบี้ย
* ศาลมีอำนาจกำหนดค่าจ้างว่าความให้ตามความเหมาะสม
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินที่ตกลงให้เป็นค่าจ้างว่าความเป็นที่ดินที่อยู่นอกที่พิพาท จึงมิใช่เป็นการเรียกร้องเอาค่าจ้างจากส่วนแบ่งในที่ดินที่พิพาท ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
เงินค่าจ้างว่าความเป็นหนี้เงินตามกฎหมาย เมื่อทนายผู้รับจ้างทวงถามให้ชำระผู้ว่าจ้างไม่ชำระ ผู้ว่าจ้างตกลงเป็นผู้ผิดนัด ต้องเสียดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224
ศาลมีอำนาจที่จะพิจารณากำหนดค่าจ้างว่าความให้ตามสมควรแก่กิจการที่กระทำไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างว่าความจากจำเลยเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง
จำเลยให้การว่า จำเลยตกลงให้ค่าจ้างเมื่อคดีชนะหมดและถึงที่สุด โดยโจทก์จะแบ่งที่ดินที่เป็นความ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อความสงบเรียบร้อย เป็นโมฆะ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญาจ้างว่าความให้โจทก์ ที่ดินที่กำหนดให้เป็นค่าจ้าง เป็นที่ดินนอกที่พิพาทในคดี ไม่เป้นโมฆะ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าจ้างให้โจทก์เป็นเงิน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระค่าจ้างให้โจทก์เป็นเงิน ๒๑,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ
โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินที่ตกลงให้เป็นค่าจ้างว่าความ เป็นที่ดินอยู่นอกที่พิพาทจึงมิใช่เป็นการเรียกร้องเอาค่าจ้างจากส่วนแบ่งในที่ดินที่พิพาทกัน ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศิลธรรมอันดีของประชาชน
เงินค่าจ้างว่าความเป็นหนี้เงินตามกฎหมาย จำเลยจะต้องชดใช้ดอกเบี้ยเมื่อผิดนัดเมื่อโจทก์ทวงถาม จำเลยไม่ชำระ จำเลยก็ต้องเสียดอกเบี้ยตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ ศาลมีอำนาจที่จะพิจารณากำหนดค่าจ้างว่าความให้ตามสมควรแก่กิจการที่กระทำไปได้
พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าจ้างเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2510
นายบรรพต พรหมเนาว์ โจทก์
นางทองดี แก้วเจริญวงศ์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบรรพต พรหมเนาว์ · แก้วเจริญวงศ์ - นางทองดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · จำรูญ โชติรัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประภาศ บุญโยดม · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา