⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 แต่ไม่ได้กำหนดโทษตามมาตราดังกล่าว และไปลงโทษตามกฎหมายอื่นที่มีโทษหนักกว่า ถือว่าจำเลยยังไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามมาตรา 146 มาก่อน

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อน แม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 ด้วย แต่มิได้พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มิได้กำหนดโทษตามมาตรา 146 ไว้ หากไปลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี 6 เดือน ทั้งก็รู้ไม่ได้ว่าถ้าศาลจำกำหนดโทษจำคุกตามมาตรา 146 (ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี) ศาลจะกำหนดต่ำกว่า 6 เดือนหรือไม่ เหตุนี้ จึงว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 146 มีโทษจำคุกกว่า 6 เดือนมาแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ยังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.93

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า (ก) จำเลยแสดงตนเป็นร้อยเอกทหารบก (ข) จำเลยหลวกลวงนายสุทินเอาเงิน ๓,๐๐๐ บาท กับสิ่งของไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ก่อนคดีนี้จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกมาแล้วหลายครั้ง ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาวางโทษจำคุก เพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชอบที่จะเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จะเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๓ นั้น จำเลยต้องได้รับโทษจำคุกในความผิดเดียวกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน แต่ความผิดที่โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งอ้างว่าจำเลยกระทำผิดซ้ำในคดีนี้นั้น ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พ.ศ. ๒๔๗๗ มิได้พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา แม้จะพิพากษาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖ ด้วย แต่ก็มิได้กำหนดโทษมาตรานี้ไว้ด้วย หากไปลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารซึ่งเป็นบทหนัก ทั้งก็รู้ไม่ได้ว่าถ้าศาลจะกำหนดโทษจำคุกตามมาตรา ๑๔๖ จะกำหนดต่ำกว่า ๖ เดือนหรือไม่ เหตุนี้ จึงว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖ มีโทษจำคุกกว่า ๖ เดือนมาแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๓ ยังไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ไม่เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2510 อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายเรวัติ หรือเอี่ยม หรือจักรชัย หรือสอน หรือเอกวัฒน์ หรือธนา หรือโทน หรืออภิชาติ หรือเพ็ญ เชื้อโท หรืออภิรักษ์ภูบาบ หรือรักไทย หรือรักชาติไทย หรือชาวนา หรืออภิรักษ์ภูวนารถ หรืออภิรักษ์ภูบาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครสวรรค์ · หรือโทน - นายเรวัติ หรือเอี่ยม หรือจักรชัย หรือสอน หรือเอกวัฒน์ หรือธนา · หรือรักชาติไทย - หรืออภิชาติ หรือเพ็ญ เชื้อโท หรืออภิรักษ์ภูบาบ หรือรักไทย · จำเลย - หรือชาวนา หรืออภิรักษ์ภูวนารถ หรืออภิรักษ์ภูบาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · วงษ์ วีระพงศ์ · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายกิจจา นาญกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4436/2549ฎีกา 528/2470ฎีกา 293/2507ฎีกา 130/2527ฎีกา 1524/2500ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7366/2552ฎีกา 2591/2540ฎีกา 6660/2539ฎีกา 196/2471ฎีกา 928/2517ฎีกา 7451/2548ฎีกา 7790/2552ฎีกา 2076/2545ฎีกา 861/2509ฎีกา 1561/2549ฎีกา 3279/2528ฎีกา 2220/2547ฎีกา 6522/2560ฎีกา 927/2510ฎีกา 57/2555ฎีกา 5843/2531ฎีกา 2360/2555ฎีกา 14505/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา