⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 468/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2510

ย่อคำพิพากษา

คดีลักทรัพย์ การที่โจทก์ขอแก้ชื่อเจ้าทรัพย์ซึ่งเป็นการขอแก้รายละเอียดหากจำเลยไม่หลงต่อสู้แล้ว โจทก์ย่อมแก้ฟ้องได้ กระบือหายจากที่เลี้ยงไปอยู่กลางทุ่งใกล้กระท่อมนาผู้อื่นซึ่งห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร และพวกเจ้าทรัพย์กำลังติดตามอยู่ ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินหายเพราะความยึดถือของเจ้าทรัพย์ยังไม่ขาดตอนไป ซึ่งจำเลยควรจะรู้ว่าหากจำเลยไม่พาเอาไปเสียเจ้าของก็ยังติดตามเอาคืนได้ง่าย เมื่อจำเลยเอากระบือนั้นไป จำเลยย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ หาใช่ยักยอกเก็บของตกไม่ ศาลชั้นต้นฟังว่า กระบือขาดหลุดไปในลักษณะของตกหาย จำเลยพาไปไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยรับซื้อกระบือไปโดยไม่สุจริตเป็นผิดฐานรับของโจร ดังนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีจึงไม่ต้องห้าม โจทก์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๐๘ เวลากลางวันจำเลยลักกระบือเผือก ๑ ตัว ส่วนจำเลยที่ ๒ บังอาจรับกระบือตัวนี้ไว้จากนายมนูญจำเลยที่ ๑ โดยรู้ว่าเป็นกระบือได้มาจาการลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๓๗ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้ซื้อกระบือของกลางมาจากนายรักษ์โดยสุจริต จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับของกลาง จำเลยที่ ๑ ได้เอากระบือมาล่ามในสวนของจำเลยที่ ๒ บอกว่าซื้อมา ศาลชั้นต้นฟังว่า กระบือขาดหลุดมาในลักษณะตกหาย จำเลยพาไปก็ไม่ผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ได้รับฝากกระบือไว้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ เป็นอันยุติ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องว่ากระบือเป็นของนางสาวทอด สืบพยานแล้ว ๕ ปาก ปรากฏว่ากระบือเป็นของนายเพชร์บิดานางสาวทอดซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน แต่นายเพชร์ชราแล้ว ให้นางสาวทอดจัดการแจ้งความแทน โจทก์จึงร้องขอแก้ฟ้องว่า กระบือเป็นของนายเพชร์เพราะผู้เสียหายและพยานเบิกความว่าทรัพย์เป็นของนายเพชร์บิดาอยู่บ้านเดียวกันซึ่งไม่ปรากฏในชั้นสอบสวนมาก่อน จำเลยที ๑ ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง เป็นการเอาเปรียบจำเลยในเชิงคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าการขอแก้ชื่อเจ้าทรัพย์เป็นการขอแก้รายละเอียดและจำเลยที่ ๑ ไม่ได้หลงข้อต่อสู้ เพราะจำเลยที่ ๑ ให้การว่าได้ซื้อกระบือตัวนี้มาจากนายรักษ์โจทก์จึงขอแก้ฟ้องได้ดังคำวินิจฉัยศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๑ เอากระบือไปโดยพละการ หาใช่ซื้อจากนายรักษ์ไม่ การที่กระบือหายจากที่เลี้ยงไปอยู่กลางทุ่งใกล้กระท่วมนาผู้อื่นซึ่งห่างไปประมาณ ๑ กิโลเมตรา และพวกเจ้าทรัพย์กำลังติดตามอยู่ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินหาย โดยที่ความยึดถือของเจ้าของยังไม่ขาดไป จำเลยควรรู้ว่าหากจำเลยที่ ๑ ไม่พาเอาไปเสีย เจ้าของยังติดตามเอาคืนได้ง่าย ดังนี้ จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ฎีกาของจำเลยที่ ๑ อีกข้อหนึ่งว่าศาลล่างสองศาลฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมาสืบว่าจำเลยที่ ๑ เป็นคนร้ายลักทรัพย์ โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า กระบือขาดหลุดไปในลักษณะของตกหาย จำเลยพาไปไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ รับซื้อกระบือไปโดยไม่สุจริต เป็นผิดฐานรับของโจร ดังนี้ จึงเห็นได้ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงคดีจึงไม่ต้องห้ามดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมา ในกรณีนี้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่านายนูญ หรือมนูญ ไทยถาวร จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ลงโทษจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้นี้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2510 อัยการจังหวัดชุมพร โจทก์ นายนูญหรือมนูญ ไทยถาวร ที่ 1 นายต้วน แก้วกันถัด ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชุมพร · ล. - นายนูญหรือมนูญ ไทยถาวร ที่ 1 นายต้วน แก้วกันถัด ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกวิท ถิระวัฒน์ · มณี ชุติวงศ์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายวิทวัส อยู่วัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 98/2537ฎีกา 1331/2479ฎีกา 824/2535ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 3081/2527ฎีกา 218/2555ฎีกา 1250/2520ฎีกา 113/2566ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1211/2536ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2826/2524ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 191/2520ฎีกา 5702/2533ฎีกา 686/2523ฎีกา 2274/2525ฎีกา 767/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา