⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 543/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้เงินกู้ด้วยเช็ค เป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ด้วยเงิน จึงนำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653. ข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยทบต้นทันทีที่ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ย เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 255 และเป็นโมฆะ.

ย่อคำพิพากษา

การชำระหนี้เงินกู้ด้วยเช็ค เป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ด้วยเงิน จึงนำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 (อ้างฎีกาที่ 767/2505) สัญญากู้ที่มีข้อความว่า ถ้าผู้กู้ผิดนัดไม่ส่งดอกเบี้ยตามอัตราและกำหนดที่ให้ชำระรายเดือน ผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้ากับต้นเงินทันที และยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยที่ทบเข้ากับต้นเป็นต้นเงินซึ่งจะต้องเสียดอกเบี้ยด้วย เป็นการให้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ทันทีที่ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ย จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 255 ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.987

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทสหยนต์จำกัดได้กู้เงินโจทก์ไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามเป็นผู้ค้ำประกัน บริษัทสหยนต์จำกัดค้างต้นเงินและดอกเบี้ยอยู่ ๕๘๔,๗๐๐ บาท และถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงขอให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ดังกล่าว จำเลยทั้งสามต่อสู้ว่า บริษัทสหยนต์จำกัด ชำระหนี้รายนี้แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด การเรียกดอกเบี้ยตามสัญญากู้เป็นการเรียกดอกเบี้ยทบต้น จึงเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การเรียกดอกเบี้ยของโจทก์เป็นโมฆะ และบริษัทสหยนต์จำกัดได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยนำสืบการใช้เงินกู้ด้วยเช็คไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ นั้น เห็นว่า การชำระหนี้เงินกู้ด้วยเช็ค เป็นการชำระหนี้ด้วยการออกตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑ วรรค ๓ จึงเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ด้วยเงิน ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๖๕๓ อ้างฎีกาที่ ๗๖๓/๒๕๐๕ ที่โจทก์ฎีกาว่าดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ไม่เป็นโมฆะนั้น เห็นว่า ตามสัญญากู้มีข้อความ "การให้กู้และกู้ตามหนังสือนี้ ให้เป็นไปตามประเพณีผู้ให้กู้ ฉะนั้น หากผู้กู้ผิดนัดไม่ส่งดอกเบี้ยตามอัตราและกำหนด ฯลฯ ผู้กู้ยินยอมให้ดอกเบี้ยที่ค้าชำระนั้นทบเข้ากับต้นเงินทันทีที่ค้างชำระเป็นคราว ๆ ไป และยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยที่ทบเข้ากับต้นดังว่ามานี้เป็นต้นเงินอันผู้กู้จะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันและมีกำหนดชำระอย่างเดียวกัน" การกู้นี้ให้ส่งดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ฉะนั้น การคิดดอกเบี้ยทบต้นนี้จึงเป็นการให้คิดกันได้ทันทีที่ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ย เป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๕ ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ ในข้อเท็จจริงนั้นศาลฎีกาฟังเช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2510 นายฉวี โกมลกิติ โจทก์ นายล้วน ว่องวานิช ที่ 1 กับพวก ล. นายเสริม โรจนเสถียร จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉวี โกมลกิติ · ล. - นายล้วน ว่องวานิช ที่ 1 กับพวก · จำเลยร่วม - นายเสริม โรจนเสถียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเรืองยุทธ สมุทรกลิน · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 425/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 698/2537ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6549/2542ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา