⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 829/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อความในสัญญาขัดแย้งกันจนไม่อาจตีความเจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญาได้ และข้อเท็จจริงยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่ ศาลชอบที่จะสืบพยานหลักฐานเพื่อวินิจฉัยให้ข้อเท็จจริงยุติเสียก่อน

ย่อคำพิพากษา

เอกสารสัญญาขายฝากข้อแรกมีว่า ตกลงขายฝากมีกำหนดสองปี แต่ข้ออื่นถัดไปมีว่า กำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี ข้อความทั้งสองข้อนี้จึงขัดแย้งกันเพราะมีข้อความไม่ชัดเจนพอที่จะพิจารณาถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาได้ ทั้งข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยให้การตลอดจนคำแถลงรับของโจทก์จำเลยนั้นก็ยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ ไม่ชัดแจ้งพอที่จะให้ศาลตีความตามเอกสารนั้นได้ กรณีจึงชอบที่จะให้มีการสืบพยานเพื่อฟังข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าเป็นเช่นใดเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายฝากที่ดินไว้แก่จำเลยสองแปลง และได้ขอไถ่ถอนการขายฝากจากจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยสู้ว่า จำเลยรับซื้อฝากไว้มีกำหนด ๑ ปี สัญญาขายฝากสิ้นสุดลง ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้ว สามีโจทก์มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีเป็นส่วนตัว โจทก์จะมอบอำนาจให้ทนายฟ้องไม่ได้ ในวันชี้สองสถานคู่ความส่งเอกสารและยอมรับความถูกต้องของเอกสารนั้นแล้วและขอให้ศาลตีความในสัญญาว่า อายุการไถ่ถอนในสัญญาควรจะเป็น ๑ ปี หรือ ๒ ปี ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาว่า ข้อความในเอกสารนั้นขัดแย้งกันการตีความหมายในสัญญาจึงต้องตีไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้ให้จำเลยรับการไถ่ถอนการขายฝากของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สามีโจทก์ยินยอมให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ โจทก์ย่อมมีสิทธ์ที่จะแต่งตั้งทนายความให้ดำเนินคดีแทนรวมทั้งลงชื่อฟ้องคดีแทนได้ ส่วนประเด็นในคดีเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากคำฟ้องของโจทก์ คำให้การจำเลยตลอดจนคำแถลงรับของคู่ความเท่าที่ปรากฏยังไม่ชัดแจ้งพอ และยังมีข้อที่เถียงกันอยู่ เมื่อโจทก์จำเลยประสงค์จะสืบพยานเพื่อประโยชน์ในการตีความสัญญาขายฝาก ซึ่งศาลจำต้องตีความในการแสดงเจตนาของคู่ความโดยเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร ย่อมเป็นการสมควรที่จะให้คู่ความใช้สิทธินำพยานเข้าสืบได้ตามประสงค์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาในเรื่องให้สืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารสัญญาขายฝากข้อ ๑ มีว่า ตกลงขายฝากกำหนด ๒ ปี แต่ข้อ ๔ มีว่า กำหนดไถ่ถอนภายใน ๑ ปี ข้อความทั้งสองในสัญญานี้จึงขัดแย้งกัน และมีข้อความไม่ชัดเจนพอที่จะพิจารณาถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาได้ ทั้งข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การตลอดจนคำแถลงรับของโจทก์จำเลยนั้น ก็ยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ ไม่ชัดแจ้งพอที่จะให้ศาลตีความตามเอกสารนั้นได้ กรณีจึงชอบที่จะให้มีการสืบพยาน เพื่อฟังข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าเป็นเช่นใดเสียก่อน พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2510 นางขจร อ่วมแจ้ง โจทก์ นางเฉลิม เจริญศรีหรือ เจริญเสรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขจร อ่วมแจ้ง · จำเลย - นางเฉลิม เจริญศรีหรือ เจริญเสรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนิ่น กฤษณะเศรนี · เชื้อ คงคากุล · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียม สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1302/2535ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 581/2530ฎีกา 1403/2515ฎีกา 2635/2527ฎีกา 174/2520ฎีกา 2752/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา