⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 954/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 954/2510

ป.วิ.แพ่ง ม.262, 264

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายได้จากกิจการที่เกิดจากทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ถือเป็นประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองได้ เมื่อข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่ศาลอาศัยเป็นหลักในการมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างพิจารณาเปลี่ยนแปลงไป ศาลชั้นต้นมีอำนาจแก้ไขหรือยกเลิกวิธีการนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินรวมทั้งรายได้ที่ได้มาระหว่างเป็นสามีภริยาโดยมีชอบด้วยกฎหมาย ชั้นไต่สวนเพื่อให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาได้ความว่าโจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและอยู่ร่วมกันที่โรงแรมและบ้านเช่าอันเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่พิพาท ทั้งโรงแรมและบ้านเช่านั้นปลูกอยู่บนที่ดินซึ่งมีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ ดังนี้ รายได้จากกิจการโรงแรมและบ้านเช่าเป็นประโยชน์แก่โจทก์ในระหว่างพิจารณาที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองโดยให้นำมาวางต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลที่ให้คุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างพิจารณา เมื่อข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่ศาลอาศัยเป็นหลักในการมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณามีคำสั่งแก้ไขหรือยกเลิกวิธีการนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 262 มิใช่เป็นอำนาจของศาลฎีกา เพราะยังถือไม่ได้ว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.262 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.262 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างเป็นสามีภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณา จำเลยแถลงคัดค้านว่า โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งทรัพย์สิน เรียกค่าเลี้ยงดู หรือขอให้คุ้มครองชั่วคราว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินรายได้จากโรงแรมและบ้านเช่าที่พิพาทมาวางศาล จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ชั้นไต่สวนขอคุ้มครองประโยชน์ฟังได้ว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์อยู่ร่วมกับจำเลยในโรงแรมและบ้านเช่าที่พิพาททั้งโรงแรมและบ้านเช่าปลูกอยู่บนที่ดินซึ่งมีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ ส่วนความจริงจะเป็นประการใด เป็นเรื่องโจทก์จำเลยโต้เถียงและอยู่ในระหว่างพิจารณา ชั้นนี้รายได้ต่าง ๆ ในกิจการโรงแรมและบ้านเช่าเป็นประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองให้นำเงินรายได้มาวางต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ส่วนที่ว่าความจำเป็นที่โจทก์จะต้องนำเงินไปชำระค่าเช่าซื้อตามที่ศาลมีคำสั่งหมดไป เพราะจำเลยได้ชำระเงินให้ผู้ให้เช่าซื้อแล้ว และสภาพของโรงแรมในปัจจุบันตกต่ำนั้น เป็นข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่ง และเป็นข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่ศาลอาศัยเป็นหลักในการมีคำสั่ง เป็นอำนาจของศาลที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาจะมีคำสั่งแก้ไขหรือยกเลิกวิธีการเช่นนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๖๒ มิใช่เป็นเรื่องที่จะมาร้องต่อศาลฎีกา เพราะยังถือไม่ได้ว่าว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 954/2510 นางมุกดา วงศ์ตลาดขวัญ โจทก์ ดร.แม๊กซ์ เฮ็นน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมุกดา วงศ์ตลาดขวัญ · จำเลย - ดร.แม๊กซ์ เฮ็นน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิ เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 4273/2531ฎีกา 2580/2527ฎีกา 920/2524ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 258/2549ฎีกา 1287/2513ฎีกา 4231/2558ฎีกา 778/2503ฎีกา 8876/2551ฎีกา 1905/2531ฎีกา 3282/2536ฎีกา 4592/2539ฎีกา 2168/2532ฎีกา 1386/2529ฎีกา 2820/2539ฎีกา 1360/2550ฎีกา 14800/2551ฎีกา 5662-5663/2545ฎีกา 2735/2528ฎีกา 3364/2540ฎีกา 2543/2535ฎีกา 4017/2530ฎีกา 1684/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา