⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1386/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ จะต้องอุทธรณ์ในข้อที่ว่าจำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะขอให้ศาลเลื่อนการไต่สวนไป เพื่อจะได้นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่าการขาดนัดมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรด้วย หากมิได้อุทธรณ์ข้อนี้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเป็นอันยุติไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยโดยอ้างเหตุว่า จำเลยทราบกำหนดนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ จึงถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวนให้งดไต่สวยและกรณียังฟังไม่ได้ตามคำร้องของจำเลย ทั้งคำร้องดังกล่าวไม่ได้โต้แย้งคำชี้ขาดตัดสินของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 268 จำเลยคงอุทธรณ์แต่เพียงว่า จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน และคำร้องของจำเลยก็ได้ระบุว่าจำเลยมีทางชนะคดี ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งคำชี้ขาดตัดสินของศาลแล้ว โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในข้อที่ว่า จำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะใช้ศาลเลื่อนการไต่สวนไป เพื่อจำเลยจะได้นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่า การขาดนัดมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นอันยุติไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว การที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด และได้บรรยายไว้ในคำร้องดังกล่าว แล้วว่าจำเลยจะมีทางชนะคดีได้อย่างใด ถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งคัดค้านคำชี้ขาดของศาลชั้นต้นแล้ว คำขอให้พิจารณาใหม่จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนี้ แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.262

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญาประกันผู้ต้องหาที่จำเลยทำไว้ต่อโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประกันพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย กระทำโดยการประกาศทางหนังสือพิมพ์จำเลยไม่ทราบประกาศดังกล่าว จำเลยมิได้มีภูมิลำเนาดังที่โจทก์กล่าวในคำฟ้อง การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ ถ้าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยก็มีสิทธิแต่งตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดี ถ้าพิจารณาใหม่แล้วจำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไต่สวนคำร้องของจำเลย ถึงวันนัดไต่สวน นัดแรกจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างเหตุว่าทนายจำเลยป่วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปไต่สวยในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๒๕ ครั้งถึงวัดนัดหมายโจทก์มาศาลฝ่ายเดียว ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทราบวันนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาลโดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ จึงถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวน ให้งดไต่สวน และกรณียังฟังไม่ได้ตามาคำร้องของจำเลย ประกอบกับคำร้องขอ (คำขอ) จำเลยก็ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๘ จึงให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายใน ๑๕ วัน ตามที่กฎหมายกำหนดต่อศาล และได้บรรยายไว้ในคำร้องดังกล่าวแล้วว่า จำเลยจะมีทางชนะคดีได้อย่างใด ถือได้ว่า จำเลยโต้แย้งคัดค้านคำชี้ขาดของศาลชั้นต้นแล้ว คำขอให้พิจารณาใหม่จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิเคราะห์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยโดยอ้างเหตุว่า จำเลยทราบกำหนดนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบจึงถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวน ให้งดไต่สวนและกรณียังฟังไม่ได้ตามคำร้องของจำเลยประการหนึ่ง ทั้งคำร้องดังกล่าวไม่ได้โต้แย้งคำชี้ขาดตัดสินของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ อีกประการหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์แต่เพียงว่า จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายใน ๑๕ วัน และคำร้องของจำเลยก็ได้ระบุว่าจำเลยมีทางชนะคดีถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งคำชี้ขาดตัดสินของศาลแล้ว โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในข้อที่ว่า จำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะใช้ศาลเลื่อนการไต่สวนไป เพื่อจำเลยจะได้นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่า การขาดนัดมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ดังนั้นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นอันยุติไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว ด้วยเหตุนี้แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2529 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ นครบาลทุ่งมหาเมฆ โจทก์ นางสาวจินตนา ตู้มณีจินดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ นครบาลทุ่งมหาเมฆ · จำเลย - นางสาวจินตนา ตู้มณีจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดลจรัส รัตนโศภิต · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง กลั่นสุภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 280/2530ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา