⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1197/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นบริษัทมีพันธะต้องชำระค่าหุ้นเมื่อบริษัทตั้งขึ้นแล้ว แม้จะถอนการเข้าชื่อซื้อภายหลังบริษัทจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1106 การที่ผู้ร้องเข้าชื่อซื้อหุ้นบริษัทผู้ล้มละลาย ย่อมต้องถูกผูกพันอยู่ในอันที่จะต้องชำระเงินค่าหุ้นให้แก่บริษัทโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าบริษัทได้ตั้งขึ้น ฉะนั้น ระหว่างที่เงื่อนไขอันนี้ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนยังไม่สำเร็จผู้ร้องซึ่งได้เข้าชื่อซื้อหุ้นไว้แล้วจะต้องถูกผูกพันอยู่ตลอดไปผู้ร้องจะถอนการเข้าชื่อซื้อหุ้นหาได้ไม่ และการที่ผู้ร้องถอนหุ้นภายหลังที่บริษัทจำเลยจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว แม้ก่อนประกาศการจดทะเบียนในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด ฉะนั้น เมื่อบริษัทจำเลยตั้งขึ้นแล้ว ผู้ร้องย่อมมีความผูกพันที่จะใช้เงินค่าหุ้นที่ได้เข้าชื่อซื้อไว้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีสิทธิเรียกให้ผู้ร้องชำระเงินค่าหุ้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1102 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1106

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือไปยังนายไหมผู้ร้องให้ชำระเงินค่าหุ้นของบริษัทผู้ล้มละลาย ซึ่งผู้ร้องถืออยู่ ๑๐ หุ้น หุ้นละ ๑,๐๐๐ บาทรวมเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ร้องปฏิเสธหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยืนยันหนี้ไปยังผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลว่า ผู้ร้องถอนหุ้นไปแล้ว ฯลฯ ในวันนัดสืบพยาน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งใบจองหุ้นและหนังสือเรียกเงินค่าหุ้น คู่ความรับว่าเป็นเอกสารที่มีอยู่แท้จริงและถูกต้อง คู่ความรับกันต่อไปว่า ได้มีการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำเลยที่กรมทะเบียนการค้า ส่งสำเนาให้ศาลแล้วและประกาศฉบับนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษวันที่ ๓กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ จริงและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงว่า ไม่ค้านความมีอยู่และความจริงถูกต้องของหนังสือบอกเลิกการจองหุ้นลงวันที่๑๕ มกราคม ๒๔๙๗ และใบรับฝากไปรษณียภัณฑ์เลขที่ ๐๓๘๓ ซึ่งผู้ร้องได้ขอหมายศาลเรียกมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คดีคงเหลือประเด็นให้ศาลชี้ขาดเพียงว่า การที่ผู้ร้องขอถอนหุ้นก่อนประกาศการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำเลยนั้น ผู้ร้องจะพ้นความรับผิดในการส่งเงินค่าหุ้นหรือไม่ข้อเดียว เป็นประเด็นข้อกฎหมายศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานทั้ง ๒ ฝ่ายเสีย และเห็นว่านายพิมพ์ เจริญพันธ์ ผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทได้ชักชวนผู้ร้องให้จองหุ้นก่อนจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๐๒ และผู้ร้องได้ขอถอนหุ้นก่อนมีประกาศการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ การจองหุ้นของผู้ร้องจึงเป็นโมฆะ ไม่ผูกพันผู้ร้อง ผู้ร้องไม่จำต้องส่งใช้เงินค่าหุ้นตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยืนยันหนี้นั้น จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายหนี้รายนี้จากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้บังคับผู้ร้องชำระเงินค่าหุ้นจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ ผู้ร้องฎีกาสำหรับในข้อกฎหมายที่ว่า การที่ผู้ร้องขอถอนหุ้นก่อนประกาศจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทผู้ล้มละลายผู้ร้องจะพ้นความรับผิดในการเสียเงินค่าหุ้นหรือไม่นั้น มาตรา ๑๑๐๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ว่า "การเข้าชื่อซื้อหุ้นนั้น ย่อมผูกพันผู้เข้าชื่อซื้อโดยเงื่อนไขว่า ถ้าบริษัทได้ตั้งขึ้นแล้วจะใช้จำนวนเงินค่าหุ้นนั้น ๆ ให้แก่บริษัทตามหนังสือชี้ชวนและข้อบังคับของบริษัท" ฉะนั้น การที่ผู้ร้องได้เข้าชื่อซื้อหุ้นบริษัทผู้ล้มละลายจึงต้องถูกผูกพันอยู่ในอันที่จะต้องชำระเงินค่าหุ้นให้แก่บริษัท โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าบริษัทได้ตั้งขึ้นฉะนั้น ระหว่างที่เงื่อนไขอันนี้ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนยังไม่สำเร็จ ผู้ร้องซึ่งได้เข้าชื่อซื้อหุ้นไว้แล้วจะต้องถูกผูกพันอยู่ตลอดไป ซึ่งถ้ามิได้มีบทบังคับไว้เช่นนี้ จะทำความลำบากให้แก่การตั้งบริษัทมาก เพราะการประชุมจัดตั้งบริษัทจะทำขึ้นได้ต่อเมื่อมีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นหมด ฉะนั้น ในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นว่า ผู้ร้องจะถอนการเข้าชื่อซื้อหุ้นนั้นหาได้ไม่ทั้งได้ความอยู่ว่า การถอนของผู้ร้องได้ถอนภายหลังที่บริษัทได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว แม้ก่อนจะประกาศการจดทะเบียนในหนังสือราชกิจจานุเบกษาก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด ฉะนั้น เมื่อบริษัทได้ตั้งขึ้นแล้ว ผู้ร้องย่อมมีความผูกพันที่จะใช้เงินค่าหุ้นที่ได้เข้าชื่อซื้อไว้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีสิทธิเรียกให้ผู้ร้องชำระเงินค่าหุ้นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2511 นายสอาด เนาว์ถิ่นสุข โจทก์ บริษัทพลอิศรวัฒน์ จำกัด จำเลย นายไหม ทิวะศะศิธร ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสอาด เนาว์ถิ่นสุข · จำเลย - บริษัทพลอิศรวัฒน์ จำกัด · ผู้ร้อง - นายไหม ทิวะศะศิธร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · วิเชียร เศวตรุนทร์ · พันธ์ นัยวิฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 802/2544ฎีกา 8056/2540ฎีกา 15233/2553ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1723/2551ฎีกา 2159/2543ฎีกา 257/2522ฎีกา 2669/2524ฎีกา 3819/2545ฎีกา 1460/2493ฎีกา 316/2491ฎีกา 1781/2493ฎีกา 173/2488ฎีกา 865/2541ฎีกา 3737/2553ฎีกา 372/2567ฎีกา 1610/2500ฎีกา 1396/2542ฎีกา 341/2491ฎีกา 6303/2539ฎีกา 5557/2545ฎีกา 2214/2526ฎีกา 8461/2542ฎีกา 419/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา