⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 173/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2488

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับสินจ้างเมื่อทำงานสำเร็จตามที่ตกลงกัน แม้ผู้ว่าจ้างจะนำงานที่จ้างไปให้ผู้อื่นทำต่อโดยไม่ได้เลิกสัญญาจ้างก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ จ้างว่าความเรื่องสลากกินแบ่งโดยตกลงให้ว่าความตั้งแต่ศาลต้นจนคดีถึงที่สุด ให้ค่าจ้าง5,000 บาท ถ้าแพ้จะไม่คิดเอาค่าจ้างดังนี้ เป็นเรื่องจ้างทำของโดยว่าความให้สำเร็จทุกศาล ส่วนการแพ้ชนะเป็นเงื่อนไขที่จะชำระหรือไม่ชำระค่าจ้างเท่านั้น ฉนั้นถ้าความแพ้ศาลล่างแต่ชนะศาลสูง ผู้ว่าจ้างก็ต้องชำระค่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเอางานที่จ้างทำยังไม่ทันเสร็จไปให้ผู้อื่นทำโดยไม่ได้เลิกสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างฟ้องเรียกค่าจ้างเมื่องานเสร็จแล้วได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.602 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.605 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.606 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยถูกฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวกับสลากกินแบ่งฉบับที่ถูกรางวัลที่ ๑ จำเลยตกลงว่าจ้างโจทก์เป็นทนายโดยสัญญากันว่าจำเลยถูกฟ้องในกรณี สืบเนื่องจากสลากกินแบ่งนั้นกี่สำนวนก็ตาม โจทก์จะรับเป็นทนายแก้ต่างให้ทุกสำนวน จนกว่าจำเลยจะชนะคดีเด็ดขาด และได้รับเงินรางวัลและจำเลยยอมให้ค่าจ้างโจทก์ ๕๐๐๐ บาท ถ้าจำเลยแพ้คดีไม่ได้รับเงินรางวัลจำเลยจะไม่จ่ายค่าจ้างให้เลย โจทก์ว่าความให้จำเลย ๔ สำนวน คือคดีแพ่ง ๒ สำนวน คดีอาญา ๒ สำนวน คดีอาญานั้นโจทก์ว่าความชนะคดีถึงที่สุดในศาลชั้นต้นส่วนคดีแพ่งศาลชั้นต้นตัดสินให้แพ้ จำเลยได้เอาสำนวนไปจากโจทก์ให้ทนายอื่นทำอุทธรณ์ ในที่สุดศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำเลยชนะและศาลฎีกาตัดสินยืน โจทก์จึงมาฟ้องเรียกค่าจ้าง ๕๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้าง ๕๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าในขณะนั้นโจทก์ว่าความไม่ชนะเรียกได้ว่าจำเลยทำงานให้โจทก์ไม่สำเร็จได้ชื่อว่าโจทก์ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างเลย จึงพิพากษายกฟ้อง แต่มีความเห็นแย้งว่าควรยืนตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีย์เป็นเรื่องจ้างเหมาให้โจทก์ว่าความทุกสำนวนตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงศาลฎีกา เป็นสัญญาจ้างทำของซึ่งโจทก์ตกลงว่าความให้จำเลยจนสำเร็จทุกศาล การแพ้ชนะได้รับเงินตามรางวัลสลากครบถ้วนหรือไม่เป็นเพียงเงื่อนไขที่จะชำระค่าจ้างหรือไม่คิดเอาค่าจ้างว่าความเท่านั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยยังไม่สิ้นสุด โจทก์มีหน้าที่ว่าความไปจนถึงที่สุดตามสัญญา ไม่ใช่จ้างให้ทำให้ความชนะดังความเห็นศาลอุทธรณ์ กรณีจึงอยู่ระหว่างเวลาที่การจ้างยังทำไม่เสร็จ ซึ่งผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้เมื่อได้เสียค่าสินใหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.๖๐๕ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ยังสงวนสิทธิในการเรียกค่าจ้างตามสัญญาอยู่และไม่เคยมีการบอกเลิกสัญญาต่อกัน ศาลฎีกาจึงเห็นว่าสัญญาจ้างว่าความระหว่างโจทก์จำเลย ยังมีผลบังคับได้โดยบริบูรณ์ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ - ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2488 นายปั่น แสงวิทย์ นายทรัพย์ ภานุทัต โจทก์ นางกลีบ เชาวโน นายเปลว อยู่ทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปั่น แสงวิทย์ นายทรัพย์ ภานุทัต · จำเลย - นางกลีบ เชาวโน นายเปลว อยู่ทรัพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2036/2542ฎีกา 654/2541ฎีกา 8604/2549ฎีกา 258/2530ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 793/2507ฎีกา 145/2554ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1723/2551ฎีกา 601/2537ฎีกา 2474/2541ฎีกา 2669/2524ฎีกา 24/2542ฎีกา 3819/2545ฎีกา 419/2480ฎีกา 1336/2506ฎีกา 1460/2493ฎีกา 1533/2509ฎีกา 2169/2534ฎีกา 2983/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา