⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1554/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1554/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้กลอุบายหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์สินให้ โดยมีเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้นว่าจะไม่ชำระราคา ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อพฤติการณ์เป็นว่าจำเลยใช้อุบายไปขอซื้อโคจากผู้เสียหายโดยขอให้ผู้เสียหายนำโคไปส่งที่บ้านจำเลยแล้วจำเลยจะชำระราคาให้ ครั้นเมื่อผู้เสียหายปฏิบัติตามนั้นแล้ว จำเลยกลับบ่ายเบี่ยงว่ายังเบิกเงินที่ธนาคารไม่ได้ ให้กลับไปรับเงินใหม่ในวันรุ่งขึ้นและในคืนนั้นเองจำเลยก็พาโคหนีไป ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยจะซื้อโคจริงมาแต่ต้น ด้วยการวางแผนเป็นขั้น ๆ และไม่มีเจตนาจะใช้ราคาโคเลย การกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ด้วยเจตนาทุจริตจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงนายบุญไชยราผู้เสียหาย โดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยตกลงซื้อโค๑๒ ตัว รวมราคา ๑๑,๑๐๐ บาท ให้ผู้เสียหายนำโคไปมอบให้ที่บ้านจำเลยแล้วจำเลยจะชำระเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามข้อตกลงแล้วจำเลยบิดพลิ้วโกงเอาโคเหล่านั้นเสียไม่ชำระราคา ทั้งนี้โดยมิได้มีเจตนาจะชำระราคามาตั้งแต่ต้นหรือมิฉะนั้นจำเลยก็เบียดบังเอาโคซึ่งได้เข้ามาอยู่ในครอบครองของจำเลยไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่นเสีย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑,๓๕๒ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยให้การว่าได้ซื้อโค ๑๒ ตัวไปจริง แต่ซื้อในราคา ๙,๑๐๐ บาทเท่านั้นและได้ชำระราคาให้ผู้เสียหายแล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า กรณีเป็นการใช้อุบายหลอกลวงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑๑,๑๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ทั้งในประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ความว่าได้ชำระราคาโคแล้วและถึงแม้ไม่ได้ชำระก็ไม่เป็นความผิดทางอาญาขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งจะถือว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายมาแต่ต้นหาได้ไม่จำเลยยังไม่มีความผิดทางอาญา พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า ตามพฤติการณ์ถือได้แล้วว่าเป็นการฉ้อโกง หรือมิฉะนั้นก็ยักยอก ไม่ใช่เพียงเป็นการผิดสัญญาซื้อขายไม่ชำระราคา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่จำเลยไปขอซื้อโคจากผู้เสียหายโดยขอให้ผู้เสียหายนำโคไปส่งที่บ้านจำเลยแล้วจำเลยจะชำระราคาให้ ครั้นผู้เสียหายได้ปฏิบัติตามนั้น จำเลยกลับบ่ายเบี่ยงว่ายังเบิกเงินที่ธนาคารไม่ได้ นัดให้ผู้เสียหายไปรับเงินใหม่ในวันรุ่งขึ้น และในคืนนั้นเองจำเลยก็พาโคเหล่านั้นหนีไปเสียดังนี้เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยจะซื้อโคของผู้เสียหายจริงมาแต่ต้น ด้วยการวางแผนกระทำการเป็นขั้น ๆ โดยจำเลยไม่มีเจตนาจะใช้ราคาโคให้ผู้เสียหายเลยมาแต่แรกและผลแห่งการหลอกลวงนี้ก็คือจำเลยได้โคทั้ง ๑๒ ตัวไปจากผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1554/2511 อัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายอยู่ วงศ์ศิลป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายอยู่ วงศ์ศิลป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสวิก อุตระ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 101/2564ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1279/2517ฎีกา 16/2510ฎีกา 1852/2547ฎีกา 3327/2532ฎีกา 787/2532ฎีกา 7264/2543ฎีกา 255/2529ฎีกา 609/2536ฎีกา 1035/2540ฎีกา 3029/2540ฎีกา 18043/2555ฎีกา 2593/2521ฎีกา 9663/2554ฎีกา 725/2567ฎีกา 5255/2540ฎีกา 915/2566ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 2410/2523ฎีกา 599/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา