⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1570/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1570/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทตามที่คู่ความตกลงหรือท้ากันในคดีอาญาไม่ได้ และจะนำบทบัญญัติเรื่องการตกลงหรือท้ากันในคดีแพ่งมาใช้บังคับแก่คดีอาญาโดยอนุโลมไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้มีบทบัญญัติให้สิทธิแก่คู่ความในอันที่จะตกลงกันหรือที่เรียกว่าท้ากัน ขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อหนึ่งข้อใดโดยเฉพาะแล้วให้ศาลพิพากษาชี้ขาดไปตามประเด็นข้อที่ตกลงหรือท้ากันนั้นได้ และในการนี้จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138,182 ที่บัญญัติเกี่ยวกับการตกลงหรือท้ากันในคดีแพ่งมาใช้กับคดีอาญาโดยอนุโลม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ก็ไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 บัญญัติบังคับห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานเก็บหาของป่าหวงห้ามในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสียค่าภาคหลวงจำเลยมิได้ให้การรับสารภาพในข้อหานี้แต่รับสารภาพในข้ออื่นที่โจทก์มิได้ฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน.ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้องจึงฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้เก็บหาของป่าหวงห้ามในป่าเพื่อทำการเผาเอาถ่านไม้ จำนวนไม้ที่เผาเอาถ่านจะต้องเสียค่าภาคหลวงและค่าบำรุงป่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๙(พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ข้อ ๒, ๓, ๔, ๕, ๖ และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๒๙, ๗๒ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓มาตรา ๔, ๑๔ กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ข้อ ๒, ๓, ๔, ๕, ๖ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า จำเลยได้รับใบอนุญาตแล้ว วันพิจารณาสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงรับว่าจำเลยได้ทำการเผาถ่านในนามของน้องสาวซึ่งได้รับใบอนุญาตเก็บหาของป่าสำหรับการเผาเอาถ่านขณะจำเลยเผาถ่านใบอนุญาตนั้นสิ้นอายุแล้ว แต่ไม้ที่จำเลยเอามาเผาถ่านเป็นไม้ที่จำเลยได้เสียค่าภาคหลวงแล้ว โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อเดียวว่า การที่จำเลยขาดต่ออายุในอนุญาตสำหรับเผาถ่านนั้นจะเป็นความผิดฐานเผาถ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเผาถ่านเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วถือว่าจำเลยกระทำในนามตนเอง จึงมีผิดฐานเผาถ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๒๙, ๗๒ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๑พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๔ ให้ปรับจำเลย๓,๐๐๐ บาท ลดฐานรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่โจทก์จำเลยได้แถลงต่อศาลขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อเดียวว่า การที่จำเลยขาดต่ออายุใบอนุญาตสำหรับเผาถ่านนั้นจะเป็นความผิดฐานเผาถ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นั้น ในการพิจารณาและการพิพากษาคดีอาญานั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้มีบทบัญญัติให้สิทธิแก่คู่ความในอันที่จะตกลงกันหรือที่เรียกว่า ท้ากัน ขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อหนึ่งข้อใดโดยเฉพาะ แล้วให้ศาลพิพากษาชี้ขาดไปตามประเด็นข้อที่ตกลงหรือท้ากันนั้นได้ และในการนี้จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘, ๑๘๒ ที่บัญญัติเกี่ยวกับการตกลงกันหรือท้ากันในคดีแพ่งมาใช้กับคดีอาญาโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ก็ไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒บัญญัติบังคับไว้ว่าห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง คดีนี้ฟ้องของโจทก์บรรยายการกระทำผิดของจำเลยว่าจำเลยได้เก็บหาของป่าหวงห้ามในป่าเพื่อทำการเผาถ่านไม้ ตามฟ้องของโจทก์กล่าวถึงเฉพาะจำเลยกระทำการเก็บหาของป่าหวงห้ามในป่าเท่านั้นคำว่า "เพื่อทำการเผาเอาถ่านไม้" เป็นแต่เพียงข้อความที่ขยายให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าจำเลยเก็บหาของป่าหวงห้ามในป่านั้นเพื่อประสงค์จะเอาไปทำอะไร ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวหาว่าจำเลยกระทำอันตรายแก่ของป่าหวงห้ามด้วยการเผาเพื่อเอาถ่านไม้หรือกล่าวหาว่าจำเลยกระทำการแปรรูปไม้หวงห้ามด้วยการเผา เพื่อถือเอาวัตถุธาตุหรือผลพลอยได้จากไม้นั้น ซึ่งจะเป็นความผิดฐานเผาถ่านโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ดังนั้น ข้อตกลงของคู่ความดังกล่าวแล้วจึงเป็นเรื่องที่คู่ความตกลงกันหรือท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องหรือโจทก์มิได้ขอให้ศาลลงโทษจำเลยในความผิดฐานนั้นข้อตกลงนี้จึงไม่ผูกมัดศาลให้จำต้องวินิจฉัยและพิพากษาไปตามนั้น แม้ศาลจะวินิจฉัยประเด็นที่คู่ความตกลงกันนี้ก็หาเกิดประโยชน์ไม่ เพราะศาลไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนั้นได้ คดีนี้จึงมีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยจากฟ้องของโจทก์เพียงข้อเดียวว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานเก็บหาของป่าหวงห้ามในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสียค่าภาคหลวงของป่าหวงห้ามนั้นแล้วหรือไม่ซึ่งในประเด็นข้อนี้จำเลยมิได้ให้การรับสารภาพในข้อเก็บหาของป่าหวงห้ามจำเลยรับแต่ในข้อที่จำเลยเผาเอาถ่าน ส่วนข้อหาที่ว่าจำเลยไม่เสียค่าภาคหลวงของป่าหวงห้ามนั้น จำเลยก็อ้างว่าได้เสียค่าภาคหลวงแล้วเมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้องจึงฟังไม่ได้ จำเลยย่อมไม่มีความผิด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองเป็นให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1570/2511 พนักงานอัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นายเชี่ยวชาญ รักษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพังงา · จำเลย - นายเชี่ยวชาญ รักษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปันโน สุขทรรศนีย์ · อดุล รัตนปิณฑะ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายสำราญ ชื่นเจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4810/2542ฎีกา 2480/2538ฎีกา 7083/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 2186/2550ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา