⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1600/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2511

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ชิงทรัพย์ผู้เสียหายได้แล้ว ได้วิ่งขึ้นสามล้อเครื่องของจำเลยที่ 3 ซึ่งติดเครื่องรออยู่หนีไป จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมคบคิดวางแผนกันมากระทำผิด โดยจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นคนขับรถสามล้อเครื่อง มีหน้าที่ติดเครื่องรถไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุ คอยรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 พาทรัพย์มาขึ้นรถขับพาหนีไปเป็นส่วนหนึ่งของการแย่งชิงทรัพย์ การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมมีกรรไกร ๑ เล่ม เป็นอาวุธพาติดตัวไป กระทำการปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยใช้กำลังกายและกรรไกรเป็นอาวุธประทุษร้ายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กายขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓, ๙๒, ๙๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า มิได้ร่วมกันปล้นทรัพย์ตามโจทก์ฟ้อง เพียงแต่ร่วมกันชิงทรัพย์โดยจำเลยที่ ๓ มิได้ร่วมกระทำผิดด้วย จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ให้จำคุกคนละ ๑๒ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ให้จำคุก ๑๖ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ให้จำคุก ๑๘ ปี ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ฐานรับสารภาพคงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้๑๐ ปี ๘ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๓ ไว้ ๑๒ ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกับพวกอีก๑ คนกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ จำเลยที่ ๓ ไม่มีความผิดให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ชิงเอานาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายได้แล้วได้วิ่งไปขึ้นสามล้อเครื่องซึ่งติดเครื่องรออยู่ พอจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขึ้นรถแล้ว สามล้อเครื่องคันนั้นก็ขับพาหนีไป และเมื่อจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กระโดดลงจากรถวิ่งหนี คนขับสามล้อเครื่องได้ขับรถหลบหนีไป ดังนี้ เห็นได้ว่าคนขับรถสามล้อเครื่องคันนั้นต้องเป็นพวกเดียวกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งได้ร่วมคบคิดวางแผนกันมากระทำผิดโดยคนขับสามล้อเครื่องมีหน้าที่ติดเครื่องรถไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุคอยรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒พาทรัพย์มาขึ้นรถขับพาหนีไปเป็นส่วนหนึ่งของการแย่งชิงทรัพย์และคนขับสามล้อเครื่องนั้นคือจำเลยที่ ๓ การชิงทรัพย์ของจำเลยทั้งสามจึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2511 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอัมพร ฉัตรเนตร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอัมพร ฉัตรเนตร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอุดม ทันด่วน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 2274/2525ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา