⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1913-1915/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1913-1915/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลรวมพิจารณาคดีหลายสำนวนเข้าด้วยกัน และจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามรายสำนวนก็ได้ แต่โทษจำคุกทั้งสิ้นในคำพิพากษาฉบับเดียวกันต้องไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะแยกฟ้องจำเลยเป็นสามสำนวน โดยขอให้นับโทษจำเลยทุกสำนวนต่อกันก็ตาม แต่เมื่อศาลได้รวมพิจารณาคดีทั้งสามสำนวนเข้าด้วยกัน และปรากฏว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นความผิดทั้งสามสำนวน ก็ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามรายสำนวนก็ได้แต่ทั้งนี้โทษจำคุกทั้งสิ้นของจำเลยในคำพิพากษาฉบับเดียวกันนี้จะต้องไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 828 - 830/2511)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรก โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่หลบหนียังจับตัวไม่ได้อีกหนึ่งคน ได้ร่วมสมคบกันทำการชิงทรัพย์ของนายจวนน่วมสุวรรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓, ๕๘ สำนวนที่สอง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่หลบหนียังจับตัวไม่ได้อีกหนึ่งคน ได้ร่วมสมคบกันทำการชิงทรัพย์ของนายวั่นมีศักดิ์ ไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓, ๕๘ สำนวนที่สาม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกที่หลบหนี ได้ร่วมสมคบกันทำการชิงทรัพย์ของนางใบ ขาวมี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓, ๕๘ ขอให้นับโทษจำเลยติดต่อกับทั้งสามสำนวน ให้บวกโทษซึ่งรอการลงโทษในคดีก่อนเข้ากับโทษที่จำเลยที่ ๑ ได้รับในคดีนี้ และขอให้ศาลสั่งจำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองได้ทำการปล้นทรัพย์ทั้งสามคดีในวันเดียวกัน ต่อเนื่องกัน สถานที่เกิดเหตุทั้งสามคดีอยู่ห่างไกลกันมาก ระยะเวลาที่เกิดเหตุก็มิใช่เวลาเดียวกันจึงเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน จะรวมกระทงความผิดเพื่อลงโทษเข้าด้วยกันไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีอาวุธติดตัวทำการปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐วรรค ๒, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยทั้งสองแต่ละคดีคดีละ ๑๕ ปี นับโทษต่อกันตามลำดับคดี ทั้งให้บวกโทษจำคุก ๔๕ วัน ที่ศาลรอการลงโทษจำเลยที่ ๑ ไว้เข้าด้วย รวมแล้วจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๔๕ ปี ๑ เดือน๑๕ วัน จำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๔๕ ปี กับให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์แต่ละคดี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์จริงและเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาวางโทษจำเลยเป็นรายสำนวน และบวกโทษจำคุก ๔๕ วันที่ศาลรอแก่จำเลยที่ ๑ เข้าด้วยกันนั้นชอบแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยที่ ๑ไว้ ๔๕ ปี ๑ เดือน ๑๕ วัน และจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๔๕ ปี ซึ่งเกินกว่า ๒๐ ปีทั้งสองคนนั้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทุกกระทง ตามกำหนดโทษที่ศาลชั้นต้นวางมา แต่คงให้จำคุกจำเลยแต่ละคนสำหรับโทษดังกล่าวเพียง ๒๐ ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีคงมีปัญหาในชั้นนี้ว่า จะลงโทษจำเลยทั้งสองโดยนับโทษแต่ละสำนวนติดต่อกันดังคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้โจทก์จะได้แยกฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นสามสำนวน แต่ละสำนวนขอให้นับโทษจำเลยทุกสำนวนต่อกันก็ตาม แต่เมื่อศาลได้รวมพิจารณาคดีทั้งสามสำนวน ก็ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามรายสำนวนได้แต่ทั้งนี้ โทษจำคุกทั้งสิ้นของจำเลยแต่ละคนในคำพิพากษาฉบับเดียวกันนี้ จะต้องไม่เกิน ๒๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๒๘-๘๓๐/๒๕๑๑ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทุกกระทงตามกำหนดโทษที่ศาลชั้นต้นวางมา แต่คงให้จำคุกจำเลยแต่ละคนสำหรับโทษดังกล่าวเพียง ๒๐ ปี นั้น ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1913 - 1915/2511 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายนิคม คงนุ่น ที่ 1 นายสมบูรณ์ หรือถิด ชัยพงศ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายนิคม คงนุ่น ที่ 1 นายสมบูรณ์ หรือถิด ชัยพงศ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจิต ไชยาคำ · โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายชยกร ถายะพิงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 3620/2538ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา