⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2104/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษจำคุก ไม่ถือเป็น "การพ้นโทษ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้ แม้จะกระทำผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปีนับแต่วันครบกำหนดรอการลงโทษก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ผู้ที่จะถูกเพิ่มโทษได้จะต้องเป็นผู้ที่ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำผิดขึ้นอีกภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษซึ่งวันพ้นโทษก็คือพ้นโทษจำคุกในคดีก่อนนั่นเอง ดังนั้น เมื่อคดีก่อนศาลลงโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้จึงไม่มีวันพ้นโทษที่จะถือเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษได้แม้ว่าจำเลยจะมาทำผิดขึ้นอีกภายใน 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดรอการลงโทษก็ตาม ก็เพิ่มโทษมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันทำร้ายร่างกาย จำเลยที่ ๒เคยต้องโทษจำคุกมาแล้ว ๒ ครั้ง คือเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ จำคุก ๒ เดือนปรับ ๒๐๐ บาทฐานทำร้ายร่างกาย ศาลรอการลงโทษ ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑๕๐ บาท ฐานทำร้ายร่างกาย ศาลรอการลงโทษไว้๒ ปี ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓และขอให้นำโทษที่รอของจำเลยที่ ๒ มาบวกและเพิ่มโทษด้วยตามมาตรา ๕๘, ๙๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ผิดจริงให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ ได้กระทำผิดจำคุก ๖ เดือน แต่เพิ่มโทษไม่ได้และได้นำโทษที่รอมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย โจทก์อุทธรณ์เฉพาะขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้จะถูกเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒ ต้องเป็นผู้ที่ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและได้กระทำผิดขึ้นอีกภายในเวลา ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษจำคุกในคดีก่อนเมื่อในคดีก่อนจำเลยไม่ได้รับโทษจำคุก จึงไม่มีวันพ้นโทษที่จะถือเอาเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษจำเลยได้ และการเพียงแต่รอการลงโทษจำคุกก็ไม่ใช่โทษซึ่งเมื่อครบ ๒ ปี ตามที่รอไว้แล้วจะเป็นการพ้นโทษไปในตัว ทั้งตามมาตรา ๕๘ วรรค ๒ ก็บัญญัติไว้ว่า ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา ๕๖ (คือกำหนดให้รอการลงโทษไว้ไม่เกิน ๕ ปี)ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรกของมาตรา ๕๘ นั้นก็ให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกลงโทษในคดีนั้น ซึ่งก็แสดงอยู่ชัดว่าต้องถือว่าผู้นั้นไม่เคยถูกลงโทษจำคุก ฉะนั้น จึงไม่มีทางที่จะถือว่าจำเลยที่ ๒ นี้มากระทำผิดขึ้นอีกภายใน ๕ ปีนับแต่วันพ้นโทษทั้งความประสงค์ในการเพิ่มโทษก็อยู่ที่ผู้นั้นได้ทำผิดและถูกลงโทษมาแล้วไม่เข็ดหลาบ มากระทำผิดขึ้นอีกจึงควรเพิ่มโทษ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2511 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายพิพัฒน์ พุทธชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายพิพัฒน์ พุทธชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · พันธ์ นัยวิฑิต · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายวินัย กันนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิต มานะทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1336/2553ฎีกา 528/2470ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 5598/2540ฎีกา 293/2507ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 124/2547ฎีกา 852/2464ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 863/2486ฎีกา 1408/2547ฎีกา 4018/2542ฎีกา 9575/2544ฎีกา 3100/2547ฎีกา 2078/2529ฎีกา 764/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา