คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ซื้อได้ครอบครองทรัพย์สินที่ซื้อขายกันโดยไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน และได้ใช้สิทธิครอบครองมาเป็นเวลาเกิน 1 ปี ย่อมทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิครอบครอง แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนการซื้อขายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ซื้อขายที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โดยทำหนังสือกันเอง ผู้ขายได้รับเงินค่าที่ดินครบถ้วน และผู้ขายได้ส่งมอบการครอบครองให้ผู้ซื้อตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย แม้สัญญามีข้อความว่าผู้ขายจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันทำสัญญาก็ตาม เมื่อผู้ขายได้สละสิทธิครอบครองให้ผู้ซื้อใช้สิทธิครอบครองมาเป็นเวลาเกิน 1 ปี ผู้ซื้อได้สิทธิครอบครอง การที่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียนการซื้อขายจะเป็นโมฆะหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้ซื้อเสียสิทธิครอบครอง (อ้างฎีกาที่ 188/2505)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์นำยึดทรัพย์จำเลย ผู้ร้องว่านาที่ยึดเป็นของผู้ร้อง โจทก์ว่าเป็นของจำเลย
ในวันชี้สองสถาน คู่ความรับว่าจำเลยได้ขายที่ดินพิพาทให้ผู้ร้อง ทำหนังสือกันเอง ตามสำเนาท้ายคำร้องและจำเลยส่งมอบการครอบครองให้ผู้ร้องตั้งแต่ทำสัญญาซื้อขาย
ผู้ร้องกับโจทก์ท้ากันว่าถ้าการซื้อขายที่พิพาทระหว่างผู้ร้องกับจำเลยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ยอมแพ้ ถ้าการซื้อขายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องยอมแพ้ โดยต่างไม่ติดใจสืบพยาน
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การซื้อขายที่พิพาทไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย พิพากษายกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในการซื้อขายที่พิพาทระหว่างผู้ร้องกับนายบุญจำเลยนั้นได้ความว่านายบุญจำเลยขายที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ เป็นที่ดินมือเปล่าให้ผู้ร้องโดยนายบุญ จำเลยกับผู้ร้องได้ทำหนังสือสัญญากันเองเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๐๒ ตามสำเนาหนังสือสัญญาท้ายฟ้อง ปรากฏตามสัญญาว่านายบุญจำเลยได้รับเงินค่าขายที่ดินจากผู้ร้องครบถ้วนแล้ว โจทก์ก็แถลงรับว่านายบุญจำเลยได้ส่งมอบการครอบครองให้ผู้ร้องตั้งแต่ทำสัญญาซื้อขายซึ่งแสดงว่านายบุญจำเลยได้สละสิทธิครอบครองให้ผู้ร้องใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นต้นมา เป็นเวลาเกิน ๑ ปี ศาลฎีกาเห็นว่าการซื้อขายระหว่างผู้หว่างผู้ร้องกับนายบุญจำเลยเป็นไปโดยชอบ และผู้ร้องได้สิทธิครอบครองที่พิพาทตามกฎหมายก่อนที่โจทก์จะฟ้องนายบุญจำเลยกับพวกต่อศาลแล้ว การที่ผู้ร้องกับนายบุญจำเลยยังไม่ได้ไปทำการโอนที่พิพาทนี้ จะเป็นโมฆะหรือไม่ ไม่เป็นเหตุให้ผู้ร้องเสียสิทธิครอบครองในที่พิพาทที่ผู้ร้องซื้อมาจากนายบุญได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๘๔/๒๕๐๕ ระหว่างนายหยอย บัวขาว โจทก์ นางขัน แบ่งส่วนกับพวกจำเลย
พิพากษากลับ ให้ถอนการยึด
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2511
นายทองคำ สุระสิงห์ โจทก์
นายบุญ อนันต์ ที่ 1 นายเกิด อนันต์ ที่ 2 นายจันทร์ บุญเรือง ที่ 3 ล.
นายเสริม มีศรี ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองคำ สุระสิงห์ · ล. - นายบุญ อนันต์ ที่ 1 นายเกิด อนันต์ ที่ 2 นายจันทร์ บุญเรือง ที่ 3 · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายเสริม มีศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ โชติรัต · อดุล รัตนปิณฑะ · ปันโน สุขทรรศนีย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายไพจิตร วิเศษโกสิน · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สมบัติศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา