คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืนแก่ผู้ให้เช่า หากผู้เช่าไม่ส่งมอบคืน ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้
ย่อคำพิพากษา
คดีเดิมโจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าในระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีอายุอยู่ โดยจำเลยให้เช่าช่วงและทำให้อาคารที่เช่าเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมไว้แล้ว คือหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมแล้วนั้น บัดนี้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่า สัญญาเช่าจึงสิ้นสุดลงในเวลาที่คดีเดิมอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยังไม่ออกจากอาคารที่เช่า โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคดีนี้ขึ้นใหม่ มูลฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมแล้วโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2511)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวของโจทก์ประกอบการค้ามีกำหนดเวลา ๓ ปี ระหว่างอายุสัญญาเช่า จำเลยผิดสัญญา คือค้างชำระค่าเช่านำอาคารที่เช่าให้บุคคลอื่นเช่าช่วง และทำอาคารที่เช่าเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่าและได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งในคดีดำที่ ๖๕/๒๕๐๗
ระหว่างที่โจทก์จำเลยกำลังพิพาทกันนั้น สัญญาเช่าได้หมดอายุ โจทก์จำเลยไม่ได้ต่ออายุสัญญาเช่า สัญญาเช่าจึงระงับไป จำเลยเพิกเฉยไม่ออกไปจึงขอให้ศาลบังคับขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ต้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง และขอให้บังคับโจทก์ทำสัญญาเช่าตึกพิพาทแก่จำเลยมีกำหนด ๓ ปีในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๓๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ สั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า คดีเดิมที่โจทก์ฟ้องต่อศาลและอยู่ระหว่างพิจารณานั้น เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่า ในระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีอายุอยู่ โดยจำเลยให้เช่าช่วงและทำให้ตึกเช่าของโจทก์เสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหาย คดีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมไว้แล้ว คือหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมแล้วนั้น บัดนี้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่า สัญญาเช่าจึงสิ้นสุดลงในเวลาที่คดีเดิมอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยังไม่ได้ออกจากอาคารที่เช่า โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ขึ้นใหม่ มูลฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีเดิมแล้ว เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่นี้จะเป็นเรื่องเดียวกับที่เกิดขึ้นก่อนแล้วได้อย่างไร โจทก์ไม่สามารถอ้างเหตุที่เป็นมูลฟ้องในคดีใหม่นี้ซึ่งเป็นมูลฟ้องในคดีเดิมได้ จึงไม่มีทางจะกล่าวได้เลยว่า คำฟ้องที่โจทก์ยื่นขึ้นมาใหม่ในคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกันกับคดีเดิม ที่อยู่ในระหว่างพิจารณา ศาลฎีกาจึงเห็นว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามรูปความ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ฎีกานี้ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2511
นายพงเล็ก หรือผ่องลก แซ่หวุ่น โจทก์
นายชัชวาลย์ วัฒนเสรีธรรม หรือเม่งกวง แซ่แต้ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพงเล็ก หรือผ่องลก แซ่หวุ่น · ล. - นายชัชวาลย์ วัฒนเสรีธรรม หรือเม่งกวง แซ่แต้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแสวง จินดานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา