⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 331/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 331/2511

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อุทธรณ์ว่า "ในประเด็นข้อที่ว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดชอบในหนี้สินที่โจทก์ฟ้องเป็นส่วนตัวหรือไม่ …. เมื่อข้อเท็จจริงตามหลักฐานพยานและข้อกฎหมายดังโจทก์ได้กราบเรียนมาแล้วฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดในการชำระหนี้ตามที่จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีรับสภาพหนี้ต่อโรงงานกระดาษไทยในจำนวนหนี้ของโรงพิมพ์อำพลพิทยาต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์อีก" แปลไม่ได้ว่าหมายความว่าถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ดังที่โจทก์ฎีกา แต่ข้อความนั้นกลับทำให้เข้าใจในทางตรงข้ามว่าจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันยุติตั้งแต่ศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ซื้อเชื่อกระดาษจากโจทก์เพื่อพิมพ์เป็นแบบพิมพ์ส่งหน่วยราชการ แม้จำเลยจะเรียกค่าตอบแทนค่าว่าจ้าง การกระทำของจำเลยก็เป็นการทำให้แบบพิมพ์เหล่านั้นเป็นสินค้าอันเป็นการประกอบอุตสาหกรรม คดีจึงมีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 165 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกค่าซื้อเชื่อกระดาษ ขอให้จำเลยทั้งสองรวมกันใช้เงิน จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ผ่อนชำระไปบ้างแล้ว จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว และฟ้องขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง ในคำฟ้องอุทธรณ์ข้อหนึ่งโจทก์บรรยายว่า "ในประเด็นข้อที่ว่าจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดชอบในหนี้สินที่โจทก์ฟ้องเป็นส่วนตัวหรือไม่ …. เมื่อข้อเท็จจริงตามหลักฐานพยานและข้อกฎหมายดังโจทก์ได้กราบเรียนมาแล้ว ฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดในการชำระหนี้ตามที่จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ชำระบัญชีรับสภาพหนี้ต่อโรงงานกระดาษไทยในจำนวนหนี้ของโรงพิมพ์อำพลพิทยาต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์อีก" ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ ๑ คนเดียว คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ จึงเป็นอันยุติ แล้วพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินบางส่วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องอุทธรณ์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ เพียงเท่านั้น ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์อุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ ๑ คนเดียวจึงชอบแล้ว เพราะตามข้อความนั้นไม่มีทางที่จะให้เข้าใจได้ตามที่โจทก์ฎีกาว่า หมายความว่าถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นกลับทำให้เข้าใจในทางตรงข้ามว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว การที่จำเลยที่ ๑ ซื้อเชื่อกระดาษจากโจทก์มาพิมพ์เป็นแบบพิมพ์ส่งให้หน่วยราชการ แม้จะเรียกค่าตอบแทนว่าค่าจ้าง ก็เป็นการทำให้แบบพิมพ์เป็นสินค้าอันเป็นการประกอบอุตสาหกรรม คดีจึงมีอายุความ ๕ ปี ตามมาตรา ๑๖๕ วรรคท้าย พิพากษาแก้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 331/2511 กรมโรงงานอุตสาหกรรม โจทก์ บริษัทโรงพิมพ์อำพลพิทยา จำกัด โดยนายอรุณ ลำเพ็ญ ที่ 1 นายอรุณ ลำเพ็ญ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมโรงงานอุตสาหกรรม · นายอรุณ - บริษัทโรงพิมพ์อำพลพิทยา จำกัด โดยนายอรุณ ลำเพ็ญ ที่ 1 · ล. - ลำเพ็ญ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · วิเชียร เศวตรุนทร์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเวท ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา ทัมพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1928/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 99/2539ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา