⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 376/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้ว การดำเนินการบังคับคดีเป็นอำนาจของศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดได้.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้ว. การดำเนินการบังคับคดีย่อมเป็นอำนาจของศาลชั้นต้น. และเมื่อศาลชั้นต้นยึดทรัพย์ของจำเลยมาและขายทอดตลาด. จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน. การจะงดการขายทอดตลาดหรือไม่. เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบังคับคดี.จึงอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งคำร้องของจำเลยได้. โดยหลักทั่วไป เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีอันจำเลยจะต้องปฏิบัติการชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมมีผลให้จำเลยต้องปฏิบัติตามแม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุด. เว้นแต่จำเลยจะได้ยื่นอุทธรณ์และดำเนินการตามวิธีใดวิธีหนึ่งในมาตรา 231 คือขอทุเลาการบังคับคดีหรือวางเงินต่อศาลชั้นต้นเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านี้ จนเป็นที่พอใจของศาลชั้นต้นซึ่งจะเป็นผลให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีไว้ จำเลยมิได้วางเงินหรือหาประกันมาให้ แต่ได้ยื่นขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลอุทธรณ์. และศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตคดีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 231 มาตรา 231วรรคท้าย เป็นเรื่องที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด. ศาลย่อมมีอำนาจที่จะดำเนินการตามมาตรา 231 วรรคท้าย ได้ เมื่อกรณีจำเลยไม่ต้องด้วยมาตรา 231 วรรคท้าย เพราะจำเลยมิได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี จำเลยจึงขอให้งดการขายทอดตลาดตามมาตรา 241 วรรคท้าย ไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากจำเลยแพ้คดีโจทก์ จะต้องชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาและตามคำบังคับของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต พ้นกำหนดเวลาตามคำบังคับ จำเลยไม่ปฏิบัติตามโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และขอให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ เพื่อขายทอดตลาด ฯลฯ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ คือ ที่ดิน ๒ แปลงตามบัญชีทรัพย์ที่ยึดและกำหนดเวลาขายทอดตลาด จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีและงดการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ เพราะคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ฯลฯ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้ว การดำเนินการบังคับคดีย่อมเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นและเมื่อศาลชั้นต้นยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ มา และประกาศขายทอดตลาดจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน การจะงดการขายทอดตลาดหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบังคับคดี จึงอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งคำร้องของจำเลยที่ ๒ ได้ จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า การทุเลาการบังคับคดีการงดการขายทอดตลาดเป็นคนละเรื่อง การจะขายทอดตลาดหรือไม่ ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ วรรคท้าย กล่าวคือ ถ้าทรัพย์ที่จะขายทอดตลาดไม่เป็นของสดเสียง่ายหรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และไม่ยุ่งยากแก่การบังคับคดี ตามเจตนารมณ์ของบทมาตราดังกล่าวก็ไม่ควรขายทอดตลาดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ได้พิจารณาแล้วโดยหลักทั่วไป เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี อันจำเลยจะต้องปฏิบัติการชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมมีผลให้จำเลยต้องปฏิบัติตาม แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่จำเลยจะได้ยื่นอุทธรณ์ และดำเนินการตามวิธีใดวิธีหนึ่งในมาตรา ๒๓๑คือ ขอทุเลาการบังคับคดีหรือวางเงินต่อศาลชั้นต้น เป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านี้ จนเป็นที่พอใจของศาลชั้นต้น ซึ่งจะเป็นผลให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีไว้ คดีนี้จำเลยที่ ๒ มิได้วางเงินหรือหาประกันมาให้ แต่ได้ยื่นขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต คดีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๒๓๑ ส่วนมาตรา ๒๓๑ วรรคท้าย ที่จำเลยยกขึ้นอ้างก็เป็นเรื่องที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ศาลย่อมมีอำนาจที่จะดำเนินการตามมาตรา ๒๓๑ วรรคท้ายได้ กรณีของจำเลยที่ ๒ นี้หาต้องด้วยมาตรา๒๓๑ วรรคท้ายไม่ เพราะจำเลยที่ ๒ มิได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ฉะนั้น ที่จำเลยที่ ๒ ขอให้งดการขายทอดตลาดตามมาตรา ๒๓๑วรรคท้าย จึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2511 บริษัทธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด โดยนายจันทร์ ไชยทิพย์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายอโณทัย วงศ์ลือเกียรติ์ ที่ 1 นายสุขุม วงศ์ลือเกียรติ์ ที่ 2 นายสมบูรณ์ วงศ์ลือเกียรติ์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - บริษัทธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ · โจทก์ - โดยนายจันทร์ ไชยทิพย์ ผู้รับมอบอำนาจ · 1 - นายอโณทัย วงศ์ลือเกียรติ์ ที่ · 2 - นายสุขุม วงศ์ลือเกียรติ์ ที่ · จำเลย - นายสมบูรณ์ วงศ์ลือเกียรติ์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - นายกำจร ปัทมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 360/2490ฎีกา 2836/2566ฎีกา 4086/2559ฎีกา 3183/2541ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1085/2525ฎีกา 4085/2546ฎีกา 1897/2512ฎีกา 353/2536ฎีกา 7051/2540ฎีกา 4117/2566ฎีกา 2467/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 3278/2559ฎีกา 983/2519ฎีกา 11216/2555ฎีกา 2842/2549ฎีกา 4122/2540ฎีกา 12104/2553ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1067/2522ฎีกา 8689/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา