คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7550/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 (3) จะมีผลเมื่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีมีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีนั้น. หากคำพิพากษาที่ใช้บังคับคดีถูกกลับในชั้นที่สุด หรือศาลมีคำสั่งให้คืนเงินที่ได้จากการบังคับคดีไปบางส่วนหรือทั้งหมด ย่อมถือว่ามีการถอนการบังคับคดีแล้ว.
ย่อคำพิพากษา
การถอนการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 (3) มีสองกรณี กรณีแรกคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีได้ถูกกลับในชั้นที่สุด กรณีที่สองหมายบังคับคดีได้ถูกยกเลิกเสียเมื่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีได้ส่งคำสั่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งกรณีที่สองนี้แปลความได้ว่า ผู้ที่มีอำนาจสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีก็คือศาลที่ออกหมายบังคับคดีอันได้แก่ศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย และจำเลยถูกเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาจนกระทั่งจำเลยต้องชำระเงินแก่โจทก์ไปบางส่วน แต่ในเมื่อต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำเงินที่รับชำระไปบางส่วนดังกล่าวนั้นมาคืนให้แก่จำเลยแสดงว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีแล้ว จึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 295 (3)
ระหว่างการพิจารณาคดีนี้ในศาลฎีกา ปรากฏว่าคดีประธานของคดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ชนะคดีบางส่วน ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนแน่นอน หากจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับไปเกินกว่าที่โจทก์ชนะคดี โจทก์ก็ต้องคืนเงินส่วนที่เกินไปจากที่โจทก์ชนะคดีนั้นให้แก่จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเชาว์ ปิยะพันธ์ กับพวก · จำเลย - มูลนิธิ "แถม - สร้อย ชอบฝึก" |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา นาคพันธุ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · ระพินทร บรรจงศิลป |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายพิชัย คุ้มพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา