⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8970/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8970/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องถอนการบังคับคดี.

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ. มาตรา 295 บัญญัติว่า "ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านั้น..." ดังนั้น เมื่อจำเลยอ้างในคำร้องขอให้ถอนการบังคับคดีว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โดยโจทก์ยื่นคำร้องว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้วจริง ทั้งขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลยซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดี ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำร้องของจำเลยแล้ว ไม่ได้คัดค้านว่าจำเลยยังชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีไม่ครบถ้วนต้องฟังว่าจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้วเช่นกัน กรณีไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคแปด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 39946 ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของจำเลยออกขายทอดตลาด ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นอนุญาต ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ศาลชั้นต้นอนุญาต และหากโจทก์สละสิทธิบังคับคดีให้ผู้ร้องที่ 2 บังคับคดีแทน จำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ถอนการบังคับคดีให้ ทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยจึงวางเงินค่าธรรมเนียมการบังคับคดีในวันนี้แล้ว ขอให้ถอนการบังคับคดีและเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดในวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ขอให้งดการบังคับคดี โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ทราบว่าต้องถอนการยึด จึงไม่คัดค้านคำร้องของจำเลย และขอให้มีคำสั่งตามที่จำเลยขอ ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องที่ 1 ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลย ขอให้ยกคำร้อง และอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 1 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่า พฤติการณ์ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้ว แต่หากโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยจริงเมื่อโจทก์ไม่ถอนการบังคับคดี ผู้ร้องที่ 2 ย่อมบังคับคดีได้ต่อไป ขอให้ยกคำร้องและอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 2 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติในชั้นนี้ว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วและจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีวางศาลแล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลย มีเหตุถอนการบังคับคดีจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 บัญญัติว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านั้น (2)... ดังนั้น เมื่อจำเลยขอให้ถอนการบังคับคดีว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โดยโจทก์ยื่นคำร้องรับว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้ว ทั้งขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลย ซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดี ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำร้องของจำเลยแล้ว ไม่ได้คัดค้านว่าจำเลยยังชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีไม่ครบถ้วน ต้องฟังว่าจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้วเช่นกัน กรณีย่อมไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด ที่ศาลล่างวินิจฉัยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับว่า ให้ถอนการบังคับคดีจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8970/2553 นายทวี โอจรัสพร โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก ผู้ร้อง นางพูนพัฒนา อุทธิเสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทวี โอจรัสพร · ผู้ร้อง - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก · จำเลย - นางพูนพัฒนา อุทธิเสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · กรองเกียรติ คมสัน · โสภณ โรจน์อนนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 2836/2566ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 3183/2541ฎีกา 1776/2512ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 1897/2512ฎีกา 353/2536ฎีกา 6300/2552ฎีกา 4117/2566ฎีกา 85/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 1256/2518ฎีกา 5449/2531ฎีกา 3278/2559ฎีกา 983/2519ฎีกา 591/2513ฎีกา 4122/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ