⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2437/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2437/2523

ป.วิ.แพ่ง ม.295

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว การบังคับคดีตามคำพิพากษาดังกล่าวจะยุติลงได้ก็ต่อเมื่อมีการชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วน หรือมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย การตกลงกันนอกศาลที่จำเลยอ้างขึ้นมานั้น หากโจทก์ปฏิเสธ ย่อมไม่สามารถนำมาเป็นเหตุให้ศาลระงับการบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วต่อมาจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 คำร้องของจำเลยที่ 4 ที่อ้างว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับการบังคับคดีใหม่กับโจทก์ เป็นการกระทำนอกศาลเมื่อโจทก์ปฏิเสธ จำเลยที่ 4 จึงจะยกมาเป็นเหตุไม่ให้ศาลดำเนินการบังคับคดีต่อไปหาได้ไม่ ศาลยกคำร้องของจำเลยที่ 4 ได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวนเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยทั้งสี่ยอมชำระเงินรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสี่ผิดสัญญา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์ของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ยื่นคำร้องว่า โจทก์และจำเลยทั้งสี่ได้ตกลงกันใหม่ ขอให้ไต่สวนและเพิกถอนหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีหลักฐานในสำนวนนอกเหนือไปจากสัญญายอมซึ่งศาลพิพากษาตามยอมไปแล้ว จึงให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยที่ 4 ฎีกาว่า นายวิชัยจินะณรงค์ ไม่มีอำนาจทำการแทนห้างหุ้นส่วนโจทก์ เพราะห้างหุ้นส่วนโจทก์จดทะเบียนเลิกไปก่อนแล้ว ดังนั้นคำฟ้องและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ดี และที่ฎีกาอีกว่า เมื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสี่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลแล้ว โจทก์และจำเลยที่ 4 ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับการบังคับคดีกันใหม่อีกก็ดีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 4 ทั้งสองประเด็นดังกล่าว จำเลยที่ 4 เพียงแต่กล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆ เท่านั้น จากหลักฐานในสำนวนปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนโจทก์จดทะเบียนเลิกเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2517 และยังไม่ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีโดยนายวิชัย จินะณรงค์ เป็นผู้ชำระบัญชี ตามสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ซึ่งโจทก์เสนอศาลไว้ในสำนวนแล้ว เป็นการจดทะเบียนเลิกภายหลังจากที่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยแล้ว และโจทก์ก็ปฏิเสธว่าโจทก์มิได้ตกลงใด ๆ กับจำเลยที่ 4 อีกนอกเหนือไปจากสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ต่อหน้าศาล ข้ออ้างของจำเลยที่ 4 ที่ว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับการบังคับคดีใหม่กับโจทก์ เป็นการกระทำนอกศาลเมื่อโจทก์ปฏิเสธ จำเลยที่ 4 จึงยกมาเป็นเหตุไม่ให้ศาลดำเนินการบังคับคดีต่อไปหาได้ไม่ ดังนั้นแม้จะทำการไต่สวนคำร้องจำเลยที่ 4 ไป ก็ไม่ทำให้ศาลมีคำสั่งตามที่จำเลยที่ 4 ร้องขอได้ ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 4 โดยไม่ทำการไต่สวนเสียก่อนจึงเป็นคำสั่งที่ชอบ" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2437/2523 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.ชัยยนต์ โจทก์ บริษัท เมเท็กซ์ไทย จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.ชัยยนต์ · จำเลย - บริษัท เมเท็กซ์ไทย จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1897/2512ฎีกา 353/2536ฎีกา 4117/2566ฎีกา 3278/2559ฎีกา 4122/2540ฎีกา 3631/2526ฎีกา 7550/2537ฎีกา 2018/2533ฎีกา 10238/2556ฎีกา 7559/2537ฎีกา 7304/2538ฎีกา 417/2504ฎีกา 7648/2538ฎีกา 38/2516ฎีกา 822/2501ฎีกา 8970/2553ฎีกา 6934/2568ฎีกา 5608-5609/2568ฎีกา 2366/2519ฎีกา 4263/2551ฎีกา 1486/2493ฎีกา 2725/2515ฎีกา 1974/2525ฎีกา 3808/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา